หากผู้พิพากษาพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยมีสิทธิในการดำเนินการดังนี้
- ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา: จำเลยมีสิทธิยื่น "คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา" ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๔
- การใช้กฎหมายประกอบ: ในกรณีที่เป็นคดีในศาลจังหวัดหรือศาลแขวง จะต้องใช้มาตรา ๒๒๔ ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๔ หรือพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ มาตรา ๓ แล้วแต่กรณี
- สิทธิแม้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ: แม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้แจ้งคำสั่งไม่รับฎีกาให้จำเลยทราบ (ซึ่งถือเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ) จำเลยก็ยังคงมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกานี้ต่อศาลฎีกาได้เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณา
อย่างไรก็ตาม หากศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย (เช่น ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง) และผู้พิพากษาที่มีอำนาจพิจารณาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ไม่ได้อนุญาตให้จำเลยฎีกา ศาลฎีกาก็จะมีคำสั่ง "ยกคำร้อง" อุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เนื่องจากเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
|