ในกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้แจ้งคำสั่งไม่รับฎีกาให้จำเลยทราบ ศาลฎีกามีแนวทางพิจารณาโดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๘ (๒) ดังนี้
- ถือเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ: การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาแต่ไม่ได้แจ้งให้จำเลยทราบ ถือว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- การใช้ดุลพินิจเรื่อง "ความจำเป็น": แม้โดยปกติศาลสูงจะต้องสั่งให้ย้อนสำนวนเพื่อให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง แต่มาตรา ๒๐๘ (๒) เปิดช่องให้ศาลสูงใช้ดุลพินิจได้ว่า "หากไม่เป็นความจำเป็น" ก็ไม่จำต้องสั่งย้อนสำนวน
- เกณฑ์การพิจารณาว่าไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวน: ศาลฎีกาจะพิจารณาว่า หากส่งสำนวนกลับไปให้ศาลชั้นต้นแก้ไขให้ถูกต้อง (คือไปแจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบ) แล้ว ผลของคดีจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ได้ทำให้เสียความยุติธรรม ศาลฎีกาก็จะไม่ส่งสำนวนคืน เพื่อไม่ให้คดีล่าช้า
- ตัวอย่างสถานการณ์ที่ศาลฎีกาไม่ส่งสำนวนคืน:
- หากศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย (เช่น ตามมาตรา ๒๑๘) และไม่มีผู้พิพากษาคนใดอนุญาตให้จำเลยฎีกา
- ในกรณีนี้ แม้จะส่งคืนไปเพื่อให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งและจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเข้ามาใหม่ สุดท้ายศาลฎีกาก็ต้องมีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์นั้นอยู่ดี เพราะฎีกาต้องห้ามมาตั้งแต่ต้น
- ดังนั้น ศาลฎีกาจึงสามารถพิจารณาและมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยไปได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้น
สรุปคือ หากการผิดระเบียบนั้นไม่มีผลทำให้คำวินิจฉัยในเนื้อหาของคดีเปลี่ยนแปลงไป เพราะกฎหมายห้ามฎีกาไว้อยู่แล้ว ศาลฎีกาจะเลือกพิจารณาคดีต่อไปเพื่อความรวดเร็วโดยไม่ย้อนสำนวน
|