หัวข้อ : สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที่2
หมวดหมู่ : สกัดหลัก ฎีกา 5ดาว กฎหมายทรัพยสินทางปัญญา ที่น่าสนใจ







สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที่2

ครั้งที่ 2 . พฤ 3 มิถุนายน 2553


     เรื่องของความแตกต่างระหว่างทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ แล้วก็ได้พูดเรื่องความแตกต่างทรัพย์สินทางปัญญาและทรัพยสิทธิ ถามเพื่อทบทวนว่า ถ้ามีคนซื้อภาพเขียนหนึ่งภาพ จ่ายเงินไปสามร้อยบาท แล้วไปพิมพ์บัตรอวยพรปีใหม่จำหน่ายทำได้ไหมครับ
     ทำไม่ได้เพราะอะไรครับ เพราะเวลาซื้อภาพ นั้นได้รับสิ่งที่ได้รับไปคือกรรมสิทธิซึ่งคือทรัพยสิทธิอย่างหนึ่ง แต่ว่าการที่ นาย ก เอาภาพนั้นไปพิมพ์เป็น สคส เท่ากับว่านาย ก ไปดัดแปลงแล้วทำซ้ำ สิทธิตรงนี้เป็นสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ ถ้าจะเอาไปพิมพ์ สคส ต้องขออนุญาตเพราะเป็นสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์เพียงผู้เดียว
     4076/2533
     การที่นำภาพเขียนไปพิมพ์บัตรอวยพรถือว่าจำเลยทั้งสองละเมิดลิขสิทธิ์ในภาพเขียน เพิ่มเติมอีกตัวอย่าง นาย ก ก็ไปเอาโน้สเพลงจากนาย ข มา แล้วก็ครอบครอง เปิดเผยเจตนาเป็นเจ้าของแล้วก็เอาไปใช้ ไปเผยแพร่ เอาไปทำดนตรี นำออกแสดงซึ่งช่วงที่นาย ก เอาโน้สเพลงไปนั้น ครองครองเป็นเวลาห้าปี นาย ก ต่อสู้ว่า อ้าง มาตรา 1382 ครอบครองปรปักษ์ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ นาย ก มีสิทธิไหมครับ เราต้องวินิจฉัยว่ากรณีลิขสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ได้หรือไม่ครับ  เราจะเห็นว่าสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน แต่ว่าสองอันนี้ความแตกต่างกัน เมื่อครอบครองติดต่อกัน
     ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ซึ่งทรัพยสิทธิ เงื่อนไขการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิเรื่องนี้มีคำพิพากษาฏีกาแล้วนะครับ ไม่สามารถอ้างเรื่องของการครอบครองปรปักษ์ได้ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า มีความแตกต่าง คราวนี้ลิขสิทธิ์เองก็คือทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง  เรื่องของลิขสิทธิ์ไม่มีคำจัดความชัดเจน  หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียว เป็นการผูกขาด ของเจ้าของสิทธิเพราะใช้คำว่าสิทธิแต่ผู้เดียวเป็นสิทธิของใครครับ ผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของสิขสิทธิ
     ก็ดูมาตรา 2 ในนิยามผู้สร้างสรรค์  คำถามคือผู้สร้างสรรค์คือเจ้าของลิขสิทธิ์หรือไม่ อาจจะเป็นก็ได้ ในบางครั้ง ก็มีคนจ้าง เช่นภาพเหมือนคุณหญิงคุณนาย เหมือนเดี้ยนเลย แต่เหมือนกว่า อันนี้เป็นที่โปรดปรานมาก ถ้าตามกฎหมาย จิตรกรก็ได้ค่าจ้าง ก็เป็นจ้างทำของ ผู้ที่รับจ้างไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ผู้วาดก็เป็นผู้สร้างสรรค์
     แต่บางครั้งความเป็นเจ้าของสิชสิทธิ์หายไป แต่การเป็นผู้สร้างสรรค์ไม่ได้หายไปด้วย ในฏีกาที่ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ บางครั้งมีการพิสูจน์ว่า
     ไปซื้อภาพแล้วไปทำเป็น สคสขาย คนที่เป็นเจ้าของสิขสิทธิก็ฟ้อง คนที่ซื้อไปก็บอกว่าไม่ ที่ผมจ่ายสามร้อยผมซื้อลิขสิทธิ์ ก็ต้องมีการพิสูจน์ว่าเป็นการซื้อกรรมสิทธิ์หรือซื้อลิขสิทธิ์ โดยสรุปผู้สร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่ถ้าเราดูนิยามของเจ้าของลิขสิทธิ์ ต้องมีเรื่องสิทธิแต่ผู้เดียว จะต้องเป็นสิทธิที่ทำการอย่างหนึ่งอย่างใด และต้องมีการสร้างสรรค์และมีบุคคลอีกคนหนึ่งคือผู้สร้างสรรค์ จริงๆแล้วจึงเกี่ยวกับคนสองคน
     ดูในมาตรา 15 ของพรบ ลิขสิทธิ์ปี 37 เป็นสิทธิแต่ผู้เดียวนี้ เป็นเจ้าของที่จะทำการใดๆตามพรบนี้ เกี่ยวกับงานที่เจ้าของ ก็ต้องไปดูมาตรา 15 ตั้งแต่ อนุหนึ่งถึงห้า
     ในส่วนของคำจำกัดความเห็นว่ามันแตกออกไป อยู่ในมาตรา 15 สิทธินี้โอนได้ แต่สิทธิของผู้สร้างสรรค์นั้นติด แม้แยกกับตัวลิขสิทธิ์เพราะว่า สมมุติว่าเป็นจิตรกรแล้วก็ไม่มีใครจ้าง พอวาดเสร็จแล้ว โอนลิขสิทธิ์ให้อากู๋ ยังเป็นผู้สร้างสรรค์แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว

 

  ธรรมสิทธิ หรือสิทธิทางศิลธรรม ทำไมเรียกว่าธรรมสิทธิเพราะถ้าเราคิดแบบเชิงธุรกจิ ในแง่ทรัพยสิน เราเป็นเจ้าของนาริกา ทิ้งเธอนน่า เพื่อไปซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ่งต๊อง เราก็ไม่มีสิทธิใดๆในนาฬิกาแล้ว ต่างจากเรื่องลิขสิทธิ์พอเราโอนไปแล้ว เราไม่มีสิทธิแต่มีสิทธิแบบผู้สร้างสรรค์แต่ความจริงไม่น่าจะมี ซึ่งจริงๆแล้วมันหมดไปแล้วหล่ะ สิทธิอย่างเช่นว่าเช่นแต่งเพลงแล้วเป็นดนตรีกรรมก็เป็นลิขสิทธิ์อย่างหนึ่ง
     คนสร้างสรรค์คือผม ถ้าเราดูในมาตราสิบแปดเป็นเรื่องที่กฎหมายยอมรับในเรื่องธรรมสิทธิไม่ว่าการโอนลิขสิทธิ์ไปสิทธิของผู้สร้างสรรค์ยังอยู่ สิทธิที่จะแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว  พอขายให้ไป กฎหมายยังคุ้มครองให้ระบุชื่ออยู่ และสามารถฟ้องร้องตามสิทธิตลอดอายุการคุ้มครองสิทธิ ถ้าถึงแก่ความตายแล้วทายาทยังฟ้องได้
     สมมุตินาย ก แต่งนิยาย แบบบริสุทธิ์ใสซื่อ นิทานของเด็ก เป็นภาพขาวใสสะอาด ต่อมานาย ข มาซื้อลิขสิทธิ์จาก นาย ก นาย ขซื้อไปปรับปรุง หวือหวา หยาบโลน ลามก เป็นไงครับคนอ่าน เข้าใจว่า นาย ก แต่งอย่างตรงนี้ก็เป็นเรื่องธรรมสิทธิ
     ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ประเทศ สหรัฐอเมริกาไม่ค่อยสนใจแต่ประเทศในระบบประมวลกฎหมายยึดตัวนี้มาก ก็คือ ธรรมสิทธิตรงนี้ กฎหมายไทยเรามีทั้งจากระบบคอมม่อนลอว์แบบเดียวกับประเทศในประมวลกฎหมายยังไม่เคยออก ไม่มีแนวฏีกา แต่บางทีก็เป็นหลักข้อสอบเนฯออกหลักกฎหมายก็ได้
     การพูดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาต้องไปดูเรื่องหลักต่างๆก่อน ว่าเป็นงานลิขสิทธิ์หรือไม่ บางครั้งไปเจอลักษณะแปลกๆ ไปออกข้อสอบเอาเรื่องของ กฎหมายสามฉบับ มาออกปนกันเลย
     นาย ก ก็ไปฟ้องนาย ข นาย ก ก็ถามว่าฟ้องได้หรือไม่ นาย แต่ก็ไม่ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรไว้ ใส่ยี่ห้อของนาย ข นาย ก ฟ้องสิทธิบัตรได้ไหม ไม่ได้ นาย ก ไปฟ้องว่าละเมิดลิขสิทธิ์ได้หรือไม่ ก็ดูว่า รับรองหรือไม่ อยู่ในมาตรา 4 กับมาตรา 6
     งานที่กฎหมายคุ้มครองต้องเป็นงานอันมีลิขิสิทธิตามมาตรา 6 งานแพร่เสียงแพร่ภาพหรืองานอื่นใดในวรรณคดี ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งคำตอบอยู่ในมาตรา 4
     ซึ่งเราต้องมาดูแล้วทำความเข้าใจว่าไม่ใช่เป็นศิลปกรรม นะ ถ้าไปจับอยู่ในงานอื่นใดในแผนกวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้ไปฟ้องไม่ได้เลย ละเมิดเครื่องหมายการค้าก็ไม่ได้ เพราะว่าผงหมึกนั้นไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ เพราะฉะนั้นก็ต้องเข้าใจก่อน ว่าแต่ละชนิดหมายความว่าอย่างไร
     ขอเริ่มที่เรื่อวรรณกรรมที่เป็นพื้นฐาน เดิมทีคือหนังสือคือสิ่งที่เขียนขึ้นมา คือ นิพนจ์ หรือ ปราฏกฐา  ไม่ว่ากล่าวออกไปหรือเป็นงานเขียนก็ถือเป็นงานวรรณกรรม และก็ไปรวมเรื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ช่วงเราใช้ ปี 2521 ของเราไม่ได้เน้นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
     ใช้เวลาปีสองปีในการสร้าง พอลงแผ่น ไม่กี่นาที ก็ ก็อปได้แล้ว ซึ่งตรงนี้มันตรงกันข้ามคือสร้างสรรค์ยาก แต่ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามันง่ายมาก การละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญามันง่ายมาก ก็มีคนเข้ามาก็อป พอไปก็อปเสร็จแล้วก็ไม่รู้จะคุ้มครองอย่างไร
     ในเชิงสากลดูแง่มุมจากประเทศสหรัฐอเมริกามองว่าคุ้มครองในช่องทางนี้จะดีที่สุด เพราะถ้าไปคุ้มครองในเรื่องสิทธิบัตรจะมีหลายเวอร์ชั่นไม่ได้ เพราะต้องมีเงื่อนไขของความใหม่ ถ้าไปดูความหมายของคำว่าวรรณกรรมหมายถึง งานนิพจน์ทุกชนิดและให้หมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย อันนี้ก็ไม่ค่อยเข้าเท่าไหร่แต่ต้องยอมรับว่าในทางสากล ที่ยังไม่ร่วมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยก็เข้าไปในฐานะที่เป็นวรรณกรรมยังมีประเด็นที่ยังถกเถียงกันถ้าเราดูในแง่จุลสารสิ่งเขียนสิ่งพิมพ์แต่บางตัวไม่มีการบันทึก ไม่มีไม่จำเป็นก็เทศน์ไปเรื่อย สุนทรพจน์ก็กล่าวสุดได้ จะได้รับการคุ้มครองในฐานะงานลิขสิทธิ์หรือไม่

 

แต่ว่าเรื่องของสุนทรพจน์จะได้รับการคุ้มครองในลักษณะลิขสิทธิ์หรือไม่ จะต้องมีการบันทึกงานไว้ ประเทศไทยไม่มี แต่ว่ายังไม่มีฏีกาว่าตรงนี้จะได้รับการคุ้มครองหรือไม่ แต่ในแง่วิชาการค่อนข้างเห็นตรงกันว่า ไม่จำเป็นต้องมีการบันทึกงาน เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีการบันทึกงาน เขาสามารถที่จะฟ้องร้องได้ แม้ไม่มีแนวฏีกาแต่ว่าเคยมีข้อสอบผู้ช่วยให้ธงคำตอบว่า การบรรยายที่ไม่ปรากฏว่าผู้บรรยายได้ทำเอกสารประกอบมาก่อน ผู้บรรยายก็เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น
     อันนี้ก็ในทางวิชาการที่มีการเขียนออกมา ก็เห็นค่อนข้างตรงกันว่า ในเมื่อกฎหมายไทยไม่ได้กำหนดไว้ ก็อย่าไปตั้งเงื่อนไขในทางปฏิเสธส่วนนี้ คราวนี้ถ้าเรามาดูในส่วนของงานลิขสิทธิ์อีกประเภท คือ ศิลปกรรมที่เราเห็นบ่อยๆ ก็เช่นพวกจิตรกรรม งานสร้างสรรค์รูปทรง แสงสีต่างๆ ถ้าเป็นประติมากรรมก็คืองานปั้น แล้วมีภาพพิมพ์ประกอบแผนที่ก็คืองานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ปัญหาสมมุติว่าวาดรูปห่วยแตกเลย แต่อาจารย์ก็วาดของอาจารย์ ตรงนี้ก็มีลิขสิทธิ์นะครับ นักศิลปินเอก หรืออาจารย์สอนด้านศิลปะมาดูบอก แย่มาก ไม่มีคุณค่าทางศิลปะเลย ตรงนี้ก็มีแนวคำพิพากษา
     สมัยยุคปี 20 ตัวสนู๊ปปี้ พันธ์บีเกิล ก็ทำใช้การ์ตูนคาแรกเตอร์ พอมาถึงไทย ก็ก็อปเลยฟ้องร้องก็ต่อสู้พอไปถึงศาลฏีกาบอกว่า เป็นเพียงรูปสุนัขธรรมดาไม่ได้รับการคุ้มครองประเด็นแรก
     คดีที่สองซูเปอร์แมน ก็เป็นการตูนคาแรกเตอร์พอมาเมืองไทยก็มาฟ้องศาลวินิจฉัยว่าก็เป็นรูปผู้ชายนุ่งกางเกงขาสั้น ไม่มีคุณค่าทางศิลปะก็ทำให้สร้างความตื่นเต้น
     จะว่าศาลก็ไม่ได้นะครับ เพราะ พรบของเราก็ยังไม่ชัดเจน ความเข้าใจของกฎหมายก็ยังไม่ชัดเจน ในที่สุดก็มีการปรับปรุงกฎหมายใหม่ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ไม่เกิดขึ้นแล้ว คือเราจะเอาจะพิจารณาไม่ควรนำคุณค่าทางศิลปะมาพิจารณา ไม่ได้เพราะว่าแต่ละคนมองคุณค่าทางศิลปะต่างกัน อย่างรูปดอกทานตะวันของแวนโก๊ะ เป็นล้านเหรียญจะจ่ายหรือไม่
     หรือแม้แต่คน คนที่ชนะการประกวด กับคนที่รอง ก็มีการเถียงกันเพราะเป็นเรื่องรสนิยม ศาลแต่ละคนก็รสนิยมไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในสากลไม่ได้มองว่าจะเอาคุณค่ามาวัด ซึ่งปัจจุบันถ้าเราดูในพรบลิขสิทธิ์ ชัดเจนแล้วครับ ไม่ว่างานตามอนุหนึ่งถึงเจ็ดจะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่
     อย่างไรก็ตามงานใดที่ออกมาเยอะๆ ไม่มีเรื่องของศิลปะเลย เช่นโคมไฟถนน ก็ไม่ใช่เรื่องศิลปะประยุกต์เป็นงานแบบศิลปะอื่นๆ แหละครับแต่นำมาใช้สอยด้วย อันนี้ก็อยู่ในอนุมาตราเจ็ด
     ยกตัวอย่างเช่นลวดลายดอกไม่เก้าอี้ฐานโคมไฟ อันนี้ออกสอบมาแล้วครับ แต่ว่าได้รับการคุ้มครองหรือไม่ ก็มีคนไปละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ ในส่วนของลักษณะของลิขสิทธิ์

                              จบการบรรยายวิชา กฎหมายกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ภาคค่ำครั้งที่2 ค่ะ.





สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที่2 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 3410 ครั้ง
ลงวันที่ 26/06/2014 00:05:10





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน