สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที 6
ครั้งที่ 6. พฤ 1 กรกฏาคม 2553
สังเกตว่ามีสองอย่างที่ได้สิทธิบัตรคือ การประดิษฐ์และการออกแบบผลิตภัณฑ์ สังเกตจากคำจำกัดความหนังสือสำคัญที่ออกให้ใครออกให้ คือ รัฐ บางคนเรียกว่าโฉนดทางปัญญา เพราะใช้ปัญญาในการคิด ออกแบบขึ้นมา ในบรรดาสามอย่างหลักๆนี้ ก็คือ ลิขสิทธิ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ก็เป็นสิทธิที่ก่อตั้ง โดยอาศัยเอกสารหรือหนังสือสำคัญสิทธิของผู้ที่ได้สิทธิบัตรนี้ ในขณะที่อีกสองอย่างไม่จำเป็นบางทีไม่ไปจดลิขสิทธิแท้ๆ แต่ได้รับการคุ้มครอง เช่นการแต่งเพลง ยังไม่ทันจดลิขสิทธิก็สามารถฟ้องได้แล้ว หรือ การเขียนบทความหรือวิทยานิพนท์ หากมีการออกงานไปทั้งๆที่ไม่ได้จดทะเบียนก็ละเมิดได้
กรณีเครื่องหมายการค้าแม้ไม่ได้จดก็ได้รับการคุ้มครอง เช่นสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า หรือสิทธิที่ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาใช้เครื่องหมายการค้านั้นซ้ำ ก็เปรียบเทียบให้เห็นว่ากรณีสิทธิบัตรมีหนังสือที่ออกโดยรัฐเท่านั้นถึงจะแสดงการคุ้มครองทำไมต้องมีสิทธิบัตรสิทธิบัตรเน้นความใหม่ เพราะไม่อย่างนั้นระบบสิทธิบัตรไม่เจริญ ต้องเกี่ยวกับการประดิษฐ์หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ ประเภทแบ่งเป็นสามประเภทคือ การประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร หรือสิทธิบัตรออกแบบผลิตภัณฑ์ ประเภทก็มี สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
สิทธิบัตรมีอายุความคุ้มครองยี่สิบปี ส่วนมากของการขอจดจะเป็นประเภทนี้ อนุสิทธิบัตรมีอายุหกปี ต่อได้สองครั้ง ครั้งละสองปี เงื่อนไขมันน้อยกว่าตัวสิทธิบัตรสมมุติโน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ ต้องมีอะไรที่ใหม่ สิทธิบัตรการประดิษ คนที่เป็นหวัด ก็มีทิชชู่พก การประดิษฐ์ที่ขอได้ก็มีลักษณะดังต่อไปนี้
ต้องมีเงื่อนไข แค่สิทธิในการขอรับได้หรือไม่ ยังไม่รู้ อาจจะมีคนมาคัดค้านก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ประการแรกเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เน้นความใหม่เพราะเน้นให้อุตสาหกรรมเจริญขึ้น เช่น โทรศัพท์เมื่อก่อนใหญ่เป็นกระติกน้ำ ใช้ได้ก็แค่โทรเข้าโทรออกแต่เด๋วนี้ทำได้เกือบทุกอย่าง
ประการที่สอง ต้องมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น เช่นถ้าตอนนี้ใครประดิษฐ์โทรศัพท์ที่แชทได้ ส่งเมมล์ได้ อันนี้คงจะจดไมได้แล้ว แต่ถ้าดูภาพแล้ว หายหวัดได้ ก็อาจจะจดได้แล้ว
ประการที่สามประยุกต์ได้ในทางอุตสาหกรรมอยู่ในมาตรา 5 แต่อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 9 การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ต้องเป็นงานที่ไม่ได้ปรากฎอยู่แล้ว กฎหมายสิทธิบัตรเน้นความใหม่ เนื่องจากวัตถุประสงค์ก็คือส่งเสริมให้มีการผลิตของใหม่ ดังนั้นกฎหมายสิทธิบัตรจึงไม่คุ้มครองงานที่ปรากฎอยู่แล้ว
แล้วเพียงใดคืองานที่ปรากฎแล้วก็หมายถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วในเวลานั้น ในขณะที่ขอรับสิทธิบัตร โดยไม่คำนึงว่าผู้ประดิษฐ์จะรู้หรือไม่รู้ เพราะปรกติแล้วโดยส่วนใหญ่ผู้ประดิษฐ์ก็บอกว่าไม่รู้จริงๆว่ามีสิ่งนี้อยู่ แต่เป็นหน้าที่ของเขาเองที่ไปตรวจสอบให้แน่ใจว่าซ้ำกับบุคคลอื่น การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ต้องทำการบ้านตรวจสอบพอสมควร สิทธิบัตร มีฏีกาไม่มาก ก็เน้นที่หลักกฎหมายนะครับ
872/2538เรื่องม่านบังตาประตูเหล็ก โจทก์ขอรับสิทธิบัตรเกี่ยวกับม่านบังตาประตูเหล็ก เหล็กยื่นนี่มันไม่บังตา ต้องมีแผ่นอลูมีเนี่ยมที่บังตาได้สมัยเดิมประตูเหล็กยื่นก็คล้ายๆกัน ส่วนประตุชั้นที่สองไว้บังตา สมัยเดิมก็ทำง่ายๆโดยนำแผ่นสังกะสีมาตัดขอบเท่าๆกันม้วนขอบสองด้านเอาลวดมาเสีย¬บกันก็เปิดปิดได้ เรียกว่าใบม่านบังตาประตูเหล็กยื่น โจทก์ได้ขอสิทธิบัตรเรื่องนี้
โจทก์บอกของโจทก์ใหม่ ก็คือใช้ชนิดของอลูมิเนี่ยมที่แข็งแรงขึ้นและใช้วัสดุที่แข็งหนา พับที่ปลายด้านเป็นก้นหอย โจทก์ทำแค่นี้ก็ไปอ้างว่าของตัวใหม่ อ้างว่าใบม่านที่แข็งนั้นไม่ต้องใช้เหล็กพับ สิ่งประดิษฐ์ที่สูงขึ้นคือการม้วน ในขณะเดียวกันจำเลยก็ไปทำในสิ่งที่คล้ายโจทก์มา โจทก์ก็แพ้เองด้วยเพราะพบว่า มีการจดสิทธิบัตรเรื่องนี้ไว้ที่ประเทศอังกฤษแล้ว ก็ไม่ถือว่าใหม่แล้ว ไม่ว่าโจทก์จะรู้หรือไม่ ไม่สำคัญ เป็นหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบเอา
งานที่ปรากฎอยู่แล้วให้หมายถึงการประดิษฐต่อไปนี้ด้วย คือ การประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลาย ก่อนวันรับสิทธิบัตร การประดิษฐ์ที่ได้มีการเปิดเผยสาระสำคัญ ในเอกสารสิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้ว ก่อนวันรับสิทธิบัตร และไม่ว่าการเปิดเผยนั้นจะทำโดยประการใด ตอนที่ร่างอินเตอร์เน็ตก็ยังไม่แพร่หลายแต่ก็ รวมอยู่ใน ไม่ว่าประการใด
ข้อสาม การประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักร ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร
ข้อสี่ การประดิษฐืที่มีผู้ขอสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรไว้แล้วเป็นระยะเวลาแปดเดือนแต่ยังไม่ได้มีการออกสิทธิบัตร
ห้า การประดิษฐ์ที่ มาตรา 6 การประดิษฐ์ที่มีใช้หรือแพร่หลายในราชอาณาจักรก่อนรับสิทธิบัตร แพร่หลายเพียงใดถึงเป็นแพร่หลาย คำตอบก็คือไม่ได้อยู่ที่จำนวนเสมอไปแต่ประเด็นคือการประดิษฐ์นั้นได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณะชนหรือไม่ เช่นเครื่องเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นเชื้อเพลิง ซึปัจจุบันต้นทุนยังสูงมาก เพราะฉะนั้นอีกหน่อยถ้ามีใครประดิษฐืแล้วลดต้นทุนได้อันนั้นก็ถือว่ามีสิ่งประด¬ิษฐ์ที่ขั้นประดิษฐ์สูงขึ้นแพร่หลายที่ใด ก็ต้องในราชอาณาจักรเท่านั้น ส่วนเรื่องนอกก็อยู่ในอนุอื่น แพร่หลายเมื่อใดคำตอบคือก่อนวันขอรับสิทธิบัตร
กรณีวันขอรับสิทธิบัตรก็มีข้อพิจารณาสามกรณีว่าอะไรกันแน่ที่จะเป็นวันขอรับสิทธิบัตรประการแรกคือวันที่ยื่นขอรับแล้วเจ้าหน้าที่ประทับตรารับเป็นเอกสาร หากยื่นแล้วเอกสารไม่ครบ ก็ไม่ถือว่าเป็นการรับคำขอ เพราะในกรณีมีข้อพิพาทใหม่หรือไม่ ดูในการยื่นคำขอเท่านั้น ต้องรับอย่างเป็นทางการ เพื่อไปพิจารณา กรณีที่สอง คือ กรณีตามมาตราเก้า คือได้มีการเอางานประดิษฐ์นั้นออกแสดงต่อสาธารณชน ซึ่งหน่วยงานรัฐจัด หรือ อนุญาตให้จัด และยื่นขอภายในสิบสองเดือนนั้น นับแต่วันเปิดงานแสดง ให้ถือว่าได้ยื่นขอจดทะเบียนนั้นในวันแสดง
ก็ประมาณมีปีละสามครั้งถ้ามีผู้ใดเอาผลงานของตัวไปแสดงที่งานนั้น จัดเองก็ดีหรืออนุญาตให้เอกชนจัดก็ดี สมมุติว่าแสดงวันนี้และหลังจากนี้ภายในสิบสองเดือน ก็ไปยื่นขอรับสิทธิบัตรหากมีกรณีเช่นนี้ หลังจากนั้นไปไม่เกินสิบสองเดือนก็ให้ถือว่ามีการแสดง ไปยื่นคำขอให้ถือว่ายื่นวันที่เปิดงานแสดงก็เป็นการคุ้มครองก็ถือว่าเขาได้ทำแล้วนี่คือกรณีที่สอง
กรณีที่สาม คือกรณีตามมาตรา 19 ทวิ ก็คือได้แก่กรณีบุคคลตามมาตรา 14 ที่ได้ยื่นคำขอไว้นอกราชอาณาจักร ถ้ายื่นคำขอสิทธิบัตรนั้น ในราชอาณาจักรภายในสิบสองเดือน บุคคลนั้นจะขอว่า วันที่ได้ยื่นคำขอวันแรกเป็นวันที่ได้ยื่นคำขอในราชอาณาจักรก็ได้
บุคคลนั้นจะขอให้ระบุว่าวันที่ยื่นในอังกฤษเป็นวันที่ยื่นในราชอาณาจักรก็ได้ ข้อสังเกต ความแพร่หลายตามมาตรา 6 นั้นไม่มีข้อยกเว้น แม้ผู้ประดิษฐ์เองเป็นผู้นำการประดิษฐ์นั้น ออกจำหน่ายก่อนแพร่หลายก็ไม่ถือว่าเป็นการประดิษฐ์ต่อไป เพราะฉะนั้นจะต้องระวัง บางทีเป็นงานที่มีอยู่แล้ว เช่น ก คิดประดิษฐ์สินค้าขึ้นผลิตได้พันชุดหรือผลิตยารักษาโรคนำไปให้คนใช้หนึ่งพันชุด เช่นนี้ถือว่าแพร่หลายแล้วแม้ว่าจะเป็นการทดลองแล้วก็ตามเพราะฉะนั้นจะถือว่าเป็นงานที่ได้เปิดเผยแพร่หลายแล้ว
อนุมาตราสอง การประดิษฐ์ที่ได้เปิดเผยสาระสำคัญในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ มาตรา 6 อนุสอง ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร และไม่ว่าการเปิดเผยจะได้ทำโดยเอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือโดยวิธีการอย่างไร
สังเกตการเปิดเผยนี้หมายถึงการเปิดเผยทั่วๆไป ต่อสาธารณชน ไม่ว่าวิธีใดๆ หรือ ภายในหรือนอกราชฯ หากมีการเปิดเผยแล้ว ถือว่ามีการประดิษฐ์ใหม่ อยากจดทะเบียนได้ต้องใหม่
ข้อยกเว้นที่ไม่ถือเป็นการเปิดเผยก็มีการกระทำอยู่สามลักษณะ ก็อยู่ใน มาตรา 6 วรรคท้าย ซึ่งมีดังนี้ ประการแรกการเปิดเผยซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่นขโมยออกมา ผู้ประดิษฐ์ไม่ได้เต็มใจเปิดเผย ถ้าคนแกล้งกัน อย่างนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเปิดเผย ก็เข้าข้อยกเว้นประการที่สอง เปิดเผยโดยผู้ประดิษฐ์เอง อันนี้ก็ต่างจากมาตรา 6 เพียงแต่นำออกใช้ให้แพร่หลายประการที่สามเปิดเผยในงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศห¬รือในงานแสดงต่อสาธารณชนของราชการ ก็ยื่นขอรับสิทธิบัตรภายในสิบสองเดือน อันนี้มีตัวอย่าง
ก็เป็นข้อยกเว้นวันนี้เราก็ได้ทำความเข้าใจกันแล้วว่าสิทธิบัตรคืออะไร คือเอกสารที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ก็ดีการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้วก็ต้องมีความใหม่และขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
|