หัวข้อ : สัญญาซื้อขายระหว่างประเทศกับขอบเขตการบังคับใช้ CISG
หมวดหมู่ : สกัดหลัก ฎีกา 5ดาว กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ที่น่าสนใจ







 สัญญาซื้อขายระหว่างประเทศกับขอบเขตการบังคับใช้ CISG 

     จากการค้นคว้าบทความต่างประเทศ ทำให้เข้าใจว่าบางประเด็นยังไม่ได้ข้อยุติว่าอยู่ภายใต้หรือนอกเหนือขอบเขตการใช้บังคับของ CISG ด้วยเหตุนี้ การนำเสนอรายงานขอบเขตการใช้บังคับครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นของนักกฎหมาย นักวิชาการในปัจจุบัน จากบทความต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบทวิจารณ์คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติมาตราที่เกี่ยวกับขอบเขตการใช้บังคับ ซึ่งในอนาคตย่อมมีการพัฒนาแง่มุมใหม่ ๆ และปรับเปลี่ยนแก้ไขอย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อนำ CISG ไปใช้ให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติการค้าระหว่างประเทศตามระบบกฎหมายที่แตกต่างกันและตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

การทำสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศแต่เดิมนั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับต่อสัญญาโดยเฉพาะ ดังนั้น คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะพยายามเจรจาต่อรองที่จะให้กฎหมายภายในประเทศของตนมีผลบังคับใช้ในสัญญา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าคู่สัญญาฝ่ายใดจะมีอำนาจต่อรองมากกว่ากัน และเป็นไปได้ว่ากฎหมายว่าด้วยการซื้อขายของประเทศหนึ่งมักจะแตกต่างจากอีกประเทศหนึ่ง จึงทำให้เกิดความไม่มั่นใจในสิทธิและหน้าที่ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่อยู่ต่างรัฐกันซึ่งเป็นปัญหาประการหนึ่งและในกรณีที่ว่าคู่สัญญาไม่ได้ตกลงโดยชัดแจ้งในสัญญาว่าจะเลือกกฎหมายใดมาบังคับใช้ ก็เป็นปัญหาอีกประการหนึ่งในการเลือกใช้กฎหมายที่บังคับต่อสัญญา ซึ่งอาจแก้ไขได้โดยการใช้กฎหมายขัดกันของศาลในประเทศที่คู่สัญญานำเสนอข้อพิพาท อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่อาจเกิดตามมาก็คือกฎหมายขัดกันของแต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกันไปตามระบบกฎหมาย และยังมีความไม่ทันสมัย ไม่สอดคล้องกับวิธีปฏิบัติทางการค้าระหว่างประเทศด้วย 

ดังนั้น เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงเพื่อการสร้างกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ต่อสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศให้มีความเป็นเอกภาพโดยไม่ตกอยู่ภายใต้กฎหมายภายในของประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีสถาบันที่จัดทำกฎหมายเอกชนให้เป็นเอกภาพ (UNIDROIT) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี จัดทำอนุสัญญาว่าด้วยการซื้อขายระหว่างประเทศ 2 ฉบับ เมื่อ ค.ศ. 1964 (พ.ศ. 2507) โดยมีประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมลงนามเป็นภาคี ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ อนุสัญญาทั้งสองฉบับมีชื่อดังนี
1. อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายรูปแบบของการซื้อขาย
ระหว่างประเทศ (The Convention relating to a Uniform Law on the International Sale of Goods)

2. อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายรูปแบบของการ
ก่อให้เกิด สัญญาสำหรับการซื้อขายระหว่าง
ประเทศ (The Convention relating to a
Uniform Law on the Formation of Contracts
for the International Sale of Goods)

แต่ประเทศที่เป็นภาคีมีจำนวนน้อยและไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ดังนั้นคณะกรรมการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (United Nations Commission on International Trade Law) มีชื่อย่อว่า UNCITRAL ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การสหประชาชาติจึงได้ร่างกฎหมายแม่แบบในการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะสำหรับการซื้อขาย เรียกว่า United Nations Convention on Contracts for the International Sale of Goods 1980 (CISG) ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1988 และนับได้ว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศหรือ CISG ได้รับความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง หลังจากใช้เวลามากว่า 30 ปี ในการเตรียมการร่างสัญญา และนับตั้งแต่การประชุมสหประชาชาติ (UN) ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียในปี ค.ศ.1980 ซึ่งมีประเทศสมาชิก 62 ประเทศเข้าร่วมในการประชุม จนกระทั่ง ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) มีประเทศที่ประกาศใช้ CISG เป็นกฎหมายรวม 67 ประเทศ ทั้งนี้เกือบทั้งหมดของประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีล้วนเป็นชาติมหาอำนาจทางการค้า ยกเว้น สหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ และญี่ปุ่น 

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ หรือCISG แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการประชุมทางกฎหมายเกี่ยวกับการพาณิชย์ระหว่างประเทศที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด อีกทั้งนักกฎหมายและศาลในหลายประเทศก็มีความคุ้นเคยกับ CISG เสมือนหนึ่งเป็นกฎหมายภายในประเทศของตนเอง อนุสัญญาดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นกฎหมายกลางในการซื้อขายระหว่างประเทศเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้นอาจเป็นเพราะการกำหนดขอบเขตการใช้บังคับ CISG ดังที่บัญญัติไว้ในส่วนที่ 1 (มาตรา 1 – 13) ไม่ได้มีความซับซ้อนมากเกินไปและกลายเป็นต้นแบบให้กับอนุสัญญา หรือร่างสนธิสัญญาอื่น ๆ อีกหลายฉบับได้เจริญรอยตาม 

วัตถุประสงค์ของ CISG คือว่า “CISG ไม่ได้เป็นกฎเกณฑ์ที่รวบรวมแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ จึงไม่ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ ที่ครอบคลุมในเรื่องสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศทุกเรื่อง แต่มีจุดมุ่งหมายในการบัญญัติสิทธิหน้าที่และการเยียวยาขั้นพื้นฐานของผู้ซื้อและผู้ขายในสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ อันเป็นหลักเกณฑ์ที่เกิดจากการผสมผสานและประนีประนอมของระบบกฎหมายต่าง ๆ ทำให้อนุสัญญานี้ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ” 1 ดังนั้น จะพบว่าการนำ CISG มาใช้บังคับเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายภายใน ก็จะได้รับประโยชน์ในเรื่องของการก่อให้เกิดสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศและการตีความสัญญาเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ซื้อและผู้ขาย ตลอดจนการเยียวยาระหว่างคู่สัญญา นอกจากนี้ ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของ CISG ยังเปิดช่องให้คู่สัญญามีเสรีภาพในการทำสัญญาโดยจะยกเว้นไม่นำบทบัญญัติ CISG มาใช้บางส่วนหรือไม่ใช้ทั้งหมดเลยก็ได้ ในขณะที่หลายประเทศมีการนำ CISG ไปใช้อย่างกว้างขวาง สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศเป็นการเฉพาะ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ผู้พิพากษาและเลขานุการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง กล่าวถึงมุมมองของประเทศกำลังพัฒนาต่อการนำ CISG ไปใช้ได้อย่างน่าสนใจว่า 
“อนุสัญญาซื้อขายสินค้าฯ (ระหว่างประเทศ) ตอบสนองปัญหาของประเทศกำลังพัฒนา ในแง่ที่เป็นกฎหมายที่ทันสมัยที่บัญญัติเป็นพิเศษสำหรับสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ มีความยืดหยุ่น และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ซื้อและผู้ขายระหว่างประเทศในลักษณะที่สมดุล บทบัญญัติของอนุสัญญานี้วางหลักการที่ชัดเจนและครอบคลุมปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศที่กฎหมายภายในของประเทศที่กำลังพัฒนา..
  



สัญญาซื้อขายระหว่างประเทศกับขอบเขตการบังคับใช้ CISG | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 10456 ครั้ง
ลงวันที่ 26/08/2014 15:17:57





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน