ดังนั้น เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงเพื่อการสร้างกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ต่อสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศให้มีความเป็นเอกภาพโดยไม่ตกอยู่ภายใต้กฎหมายภายในของประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีสถาบันที่จัดทำกฎหมายเอกชนให้เป็นเอกภาพ (UNIDROIT) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี จัดทำอนุสัญญาว่าด้วยการซื้อขายระหว่างประเทศ 2 ฉบับ เมื่อ ค.ศ. 1964 (พ.ศ. 2507) โดยมีประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมลงนามเป็นภาคี ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ อนุสัญญาทั้งสองฉบับมีชื่อดังนี้ 1. อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายรูปแบบของการซื้อขาย
ระหว่างประเทศ (The Convention relating to a Uniform Law on the International Sale of Goods)
2. อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายรูปแบบของการ
ก่อให้เกิด สัญญาสำหรับการซื้อขายระหว่าง
ประเทศ (The Convention relating to a
Uniform Law on the Formation of Contracts
for the International Sale of Goods)
แต่ประเทศที่เป็นภาคีมีจำนวนน้อยและไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ดังนั้นคณะกรรมการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (United Nations Commission on International Trade Law) มีชื่อย่อว่า UNCITRAL ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การสหประชาชาติจึงได้ร่างกฎหมายแม่แบบในการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะสำหรับการซื้อขาย เรียกว่า United Nations Convention on Contracts for the International Sale of Goods 1980 (CISG) ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1988 และนับได้ว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศหรือ CISG ได้รับความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึงหลังจากใช้เวลามากว่า 30 ปี ในการเตรียมการร่างสัญญา และนับตั้งแต่การประชุมสหประชาชาติ (UN) ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียในปี ค.ศ.1980 ซึ่งมีประเทศสมาชิก 62 ประเทศเข้าร่วมในการประชุม จนกระทั่ง ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) มีประเทศที่ประกาศใช้ CISG เป็นกฎหมายรวม 67 ประเทศ ทั้งนี้เกือบทั้งหมดของประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีล้วนเป็นชาติมหาอำนาจทางการค้า ยกเว้น สหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ และญี่ปุ่น