สรุปกระบวนพิจารณาคดี ฟื้นฟูกิจการ
กระบวนพิจารณาคดี ฟื้นฟูกิจการในกระบวนพิจารณาหลักนั้นเริ่มตั้งแต่มีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๙๐/๓ ซึ่งจะต้องยื่นโดยบุคคลที่ กำหนดไว้ตามมาตรา ๙๐/๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙๐/๔ หลังจากที่ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอแล้วศาลจะไต่สวนคำร้องขอและมีคำสั่ง ในชั้นไต่สวนศาลจะใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๙๐/๑๐ กล่าวคือกรณีที่ไม่ได้ความจริงตาม มาตรา ๙๐/๓ หรือไม่มีเหตุอันสมควรที่จะฟื้นฟูกิจการ หรือปรากฏว่าผู้ร้องขอยื่นคำร้อง ขอโดยไม่สุจริต ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ หากได้ความจริงตามมาตรา ๙๐/๓ และมีเหตุอันสมควรที่จะฟื้นฟูกิจการและผู้ร้องขอได้ยื่นคำร้องขอโดยสุจริต ศาลจะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ
การที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ศาลจะต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับตัวผู้ทำแผนว่าในส่วนของผู้ทำแผนนั้นศาลจะมีคำสั่งอย่างไร การพิจารณาเกี่ยวกับการตั้งผู้ทำแผน ศาลจะใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๙๐/๑๗ ประกอบกับมาตรา ๙๐/๒๐ ตามมาตรา ๙๐/๑๗ ให้ดูว่ามีบุคคลอื่นเสนอผู้ทำแผนแข่งหรือไม่ ถ้าไม่มีการเสนอผู้ทำแผนแข่ง มีผู้ทำแผนของผู้ร้องขอฝ่ายเดียวและศาลเห็นสมควรตั้งบุคคลที่ผู้ร้องขอเสนอเป็นผู้ทำแผน ศาลก็จะตั้งบุคคลดังกล่าวนั้นเป็นผู้ทำแผน แต่ถ้าหากว่าในคดีนั้นปรากฏว่าลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ ผู้คัดค้าน เสนอบุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผนแข่งในคดีนั้น ถ้าศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วในส่วนของผู้ทำแผนนั้นศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนทันทีไม่ได้ ศาลต้องดำเนินการตาม มาตรา ๙๐/๑๗ วรรคหนึ่งตอนท้าย และวรรคสองก่อน คือให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายเพื่อพิจารณาเลือกว่าบุคคลใดสมควรเป็นผู้ทำแผนก่อน แล้วให้ศาลพิจารณาอีกชั้นหนึ่งว่าจะเห็นชอบหรือไม่
ขณะที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วแต่ยังไม่มีผู้ทำแผน มาตรา ๙๐/๒๐ ให้ศาลตั้งผู้บริหารชั่วคราวขึ้นมา ถ้าหากยังตั้งผู้บริหารชั่วคราวไม่ได้ก็ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ไปชั่วคราวก่อน เมื่อมีการประชุมเจ้าหนี้เลือกผู้ทำแผนได้แล้วก็ส่งมายังศาล ศาลเห็นชอบตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทำแผนก็จะได้ตัวผู้ทำแผน
หลังจากศาลตั้งผู้ทำแผนแล้ว ผู้ทำแผนจะจัดกิจการและทรัพย์สินแทนลูกหนี้ ตามมาตรา ๙๐/๒๕ และดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการตามมาตรา ๙๐/๔๒ เพื่อกำหนดว่าจะดำเนินกิจการของลูกหนี้ต่อไปอย่างไร จะสามารถชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ มากน้อยเพียงใด ปรับโครงลร้างหนี้กันอย่างไร
เมื่อทำแผนฟื้นฟูกิจการเสร็จแล้ว ผู้ทำแผนส่งแผนฟื้นฟูกิจการแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำแผนฟื้นฟูกิจการเสนอต่อที่ประชุมเจ้าหนี้ เพื่อพิจารณาว่า จะยอมรับแผนหรือไม่ โดยใช้มติพิเศษตามมาตรา ๙๐/๔๖ เมื่อได้มติพิเศษแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องรายงานไปยังศาลเพื่อให้ศาลนัดพิจารณาว่าจะเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการชึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้ ได้ยอมรับมาแล้วหรือไม่
เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้วจะมีบุคคลอีกคนหนึ่งมาบริหารกิจการ ของลูกหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการนั้น เราเรียกว่า ผู้บริหารแผน การที่ศาลจะให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการนั้นศาลจะใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๙๐/๕๘ ซึ่งเป็นมาตรฐาน ขั้นต่ำในการพิจารณา ถ้าในระหว่างการดำเนินการตามแผน แต่การดำเนินการตามแผน ยังไม่สำเร็จ มีกิจการที่ต้องดำเนินการตามแผนต่อไป ปรากฏว่าผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่งจะมีกระบวนการในการตั้งผู้บริหารแผนคนใหม่ หากไม่สามารถตั้งผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ ศาลจะมีคำสั่งอีกประเภทหนึ่งคือ คำสั่งยกเลิกคำสั่งใหฟื้นฟูกิจการ หรือ พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดตามมาตรา ๙๐/๖๘ หากดำเนินการตามแผนเป็นผลสำเร็จแล้วศาลจะมีการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา ๙๐/๗๐ ซึ่งจะมีผลตาม มาตรา ๙๐/๗๕
ส่วนกระบวนพิจารณาอื่นๆ ได้แก่ การขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ การ หักกลบลบหนี้ การเพิกถอนการฉ้อฉล และการเพิกถอนการชำระหนี้อันเป็นการให้เปรียบ เป็นต้น
ที่มา : คำบรรยายกฎหมายฟื้นฟูกิจการ อาจารย์เอื้อน ขุนแก้ว เนติบัณฑิต 2/67 (ภาคปกติ) 03-12-2557
|