รัฐธรรมนูญฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสเกิดวิกฤติใหญ่มากหลังสงครามโลกชนะสงครามโลกก็จริงแต่คนตายไปหลายล้านคน และเมืองขึ้นเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ในอัฟริกาตอนเหนือคือ อัลจีเรียอยากได้เอกราชก็ตั้งกองกำลังขึ้นมาสู้
คำถามคือว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะให้เอกราชไหมหรือว่าจะคุม อัลจีเรียต่อไป ถ้าให้เอกราชเรื่องก็คือว่าอัลจีเรืยก็ออกไปฝรั่งเศสก็ต้องถอยออกม แต่ถ้าคุมก็ต้องรบกับขบวนการกู้ชาติอัลจีเรีย
ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐที่ ๔ แก้ปัญหาไม่ได้จนทหารในอัลจีเรียทำการปฏิวัติโดยประกาศไม่ขึ้นกับกองทัพฝรั่งเศสและจะส่งพลร่มมาลงที่ปารีส ประธานาธิบดีฝรั่งเศสไปขอให้นายพล เดอโกล วีรบุรุษของฝรั่งเศสที่เกษียณแล้วให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี นายพลเดอโกส วิเคราะห์วิกฤติ การเมืองฝรั่งเศสขณะนั้นว่าเกิดจากการที่เป็นรัฐบาลผสมที่ตัดสินใจอะไรก็ไม่ได้ ยื่นคำขอ พร้อมมาเลยว่าเป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้แต่ต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่ ต่อมาก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อขจัดความไร้เสถียรภาพของรัฐบาลแล้ว ก็เอารัฐธรรมนูญที่เขียนเสร็จไปขอประชามติจากคนฝรั่งเศส คนฝรั่งเศสเห็นชอบออกมาใช้เป็นรัฐธรรมนูญปี ๑๙๕๘ เริ่มสาธารณรัฐที่ ๕ ใช้มาจนถึงทุกวันนี้
มาตรการที่เดอโกล คิดขึ้นมาเช่นห้าม สส. เป็นรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันตามหลักแบ่งแยกอำนาจเพราะว่าประมาณเกือบร้อยปีของสาธารณรัฐที่ ๓ และที่ ๔ ที่รัฐมนตรีเป็น สส.ได้ในเวลาเดียวกันคือมีหมวกสองใบพอ สส. มาเป็นรัฐมนตรีเป็นรัฐบาลผสม พอรัฐบาลผสมนั้นกำลังจะออกนโยบาย ซึ่งประชาชนจะไม่นิยมเช่นขึ้นภาษี พรรคบางพรรคแม้มีรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลออกมาด่ารัฐบาลแล้วลาออกไปนั่งเป็น สส.อยู่ในสภา เดอโกลบอกว่าไม่ได้
ต่อไปนี้ต้องสร้างความเสี่ยงให้แก่รัฐมนตรี คือ เป็น สส. จะมาเป็นรัฐมนตรีต้องพ้นจากการเป็น สส. ถ้าลาออกหรือด่ารัฐบาลจนถูกนายกรัฐมนตรีปลดก็ต้องกลับไปนอนเลี้ยงลูกที่บ้าน นี่คือการส่งสัญญาณว่าไม่มีสิทธิจะมีสองเก้าอี้เอาไว้ขย่มรัฐบาลอีกต่อไป เวลานี้ ก็ยังใช้อยู่ คือ ห้าม สส. เป็นรัฐมนตรี
นอกจากนี้รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสมาตรา ๔๙ ยังเปลี่ยนระบบความไม่ไว้วางใจ ของสภาที่มีต่อรัฐบาล โดย
เรื่องที่ ๑. ให้นับเฉพาะมติไม่ไว้วางใจ ***รัฐธรรมนูญของเราก็นำมาเขียนอยู่ในร่างมาตรา ๑๖๖ วรรคสาม คือ เมื่อการอภิปรายทั่วไปสิ้นสุดลงให้ผ่านระเบียบวาระเปิดอภิปรายนั้นไปให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ไว้วางใจ
การลงมติในกรณีเช่นนี้ไม่ให้กระทำในวันเดียวกับวันที่อภิปรายสิ้นสุด และให้นับเฉพาะคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจเท่านั้น เรื่องนี้เคยเกิดปัญหาขึ้นในรัฐบาลชวน ๑ คือพรรคชาติพัฒนาร่วมอยู่ ในรัฐบาลชวน ๑ เมื่อเกิดเกี้ยวกับการออก สปก ๔-๐๑ มีการอภิปรายด่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ ขณะนั้นพรรคความหวังใหม่เป็นฝ่ายค้าน ก็มีคนไปติดต่อพรรคชาติพัฒนาว่าตอนลงมติให้งดออกเสียง แล้วถ้ารัฐบาลออก พรรคความหวังใหม่จะไม่เสนอพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ์ หัวหน้าพรรคขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีจะเสนอพลเอกชาติชายหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาเป็น แต่กรณีนั้นไม่เกิดขึ้นเพราะว่านายกรัฐมนตรี คือ คุณชวนยุบสภาเสียก่อน จะเห็นได้ว่าเทคนิคของการขอให้ไม่ลงคะแนนคืองดออกเสียง คือ การบอกว่ารัฐบาลไม่มีความไว้วางใจของสภาแล้วนั่นเอง
เพราะฉะนั้นฝรั่งเศสให้นับเฉพาะคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจ มาตรา ๑๖๖ ในร่างรัฐธรรมนูญของเราวรรคสาม เป็นฉบับแรกที่เขียนอย่างนี้ เพราะว่าประเทศไทยแต่เดิมมาประธานสภาถามสามคำถาม คือ ท่านผู้ใดไม่ไว้วางใจ ยกมือขึ้น ท่านผู้ใดไว้วางใจยกมือขึ้น พวกรัฐบาลที่ยังซื่อสัตย์อยู่ก็ยกมือขึ้น ท่านผู้ใดงดออกเสียงยกมือขึ้น แต่ไม่ยกมือสวนคือไม่ยกมือไม่ไว้วางใจ
เรื่องที่ ๒ สิทธิของรัฐบาลในการขอความไว้วางใจจากสภาเกี่ยวกับ นโยบายสำคัญ รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสยังเขียนว่ารัฐบาลมีสิทธิสองอย่าง อย่างที่หนึ่ง คือ เมื่อรัฐบาลเห็นว่านโยบายไหนสำคัญ เช่น นโยบายสร้างทางรถไฟความเร็วสูง รัฐบาล เข้าไปแถลงในสภาว่านโยบายที่ข้าพเจ้ากำลังจะทำคือการสร้างรถไฟความเร็วสูงเป็นการไว้วางใจข้าพเจ้า พอแถลงเสร็จทิ้งเวลาไว้ ๔๘ ชั่วโมง ถ้า ๔๘ ชั่วโมงไม่มีญัตติไม่ไว้วางใจยื่นมาถือว่านโยบายนั้นสภาเห็นชอบ
ถ้าไม่เห็นชอบต้องยื่นญัตติเสียหลัง ๔๘ ชั่วโมง พอยื่นก็อภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้านับคะแนนแล้วคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจไม่ถึงครึ่ง นโยบายนั้นก็ผ่าน
เรื่องที่ ๓ กรณีเสนอกฎหมายสำคัญที่จะเป็นความไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งนำมาเขียนในร่างรัฐธรรมนูญเรา มาตรา ๑๘๒ คือ ประมาณเกือบร้อยปีในฝรั่งเศส เป็นรัฐบาลผสมตลอด เมื่อรัฐบาลเสนอกฎหมายเข้าสภาแต่กฎหมายมักออกมาเป็นอีก เรื่องหนึ่ง เช่น กฎหมายว่าด้วยไก่เข้าไปในสภา พวก สส. ร่วมรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็แก้กฎหมายรัฐบาลจากกฎหมายไก่ให้เป็นกฎหมายแมว รัฐบาลก็บริหารไม่ได้
ผู้ร่างรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส คือ นายพลเดอโกลก็บอกว่าเมื่อรัฐบาลเสนอกฎหมายไหนเข้าสภา ผู้แทนราษฎรแล้วทำท่าไม่ค่อยดีนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีแถลง ในสภาเลยว่าการลงมติในกฎหมายทั้งฉบับนั้นหรือบางมาตรานั้นถือเป็นการไว้วางใจ รัฐบาล แล้วทิ้งเวลาไว้ ๔๘ ชั่วโมง ถ้า ๔๘ ชั่วโมงนั้นไม่มีญัตติไม่ไว้วางใจกฎหมายนั้น ผ่านสภาผู้แทนเลยไปเข้าวุฒิสภา
ถ้าไม่เอากฎหมายนั้นจริงๆ ต้องยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ แล้วเอากฎหมายนั้นแยกไปไว้ มาลงมติไม่ไว้ใจรัฐบาลแล้วลงมตินับเฉพาะคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจ ถ้าคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจชนะรัฐบาลก็ไป ถ้าคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจไม่ถึงครึ่งกฎหมายทั้งฉบับนั้นผ่านซึ่งรัฐบาลจะแถลงว่ากฎหมายที่จะเป็นความไว้วางใจรัฐบาลได้สองประเภทเท่านั้นคือ
๑. กฎหมายงบประมาณ
๒. กฎหมายอุดหนุนกิจการประกันสังคม
อ้างอิง : รวมคำบรรยายเนติ สมัยที่ 68วิชา กฏหมายรัฐธรรมนูญ (อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ) เล่มที่5
|