ระบบศาล (ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ) ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
(รวมคำบรรยายเนติ อ.อนันต์ ชุมวิสูตร เล่ม 8 ภาค2 สมัยที่68)
***************
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ บัญญัติว่า “ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาค ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีเขตศาลตลอด กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และมีอำนาจใช้ดุลพินิจรับคดีที่เกิดขึ้นนอกเขตดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาได้ ตราบใดที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาคยังไม่เปิดทำการในท้องที่ใด ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีเขตศาลในท้องที่นั้นด้วย ในปัจจุบันศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาคยังไม่เปิดทำการใน ท้องที่ใดเลย ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงมีเขตศาลทั่วประเทศ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ มีอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีอาญาเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร คดีอาญาเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๑ ถึงมาตรา ๒๗๕ คดีแพ่งเกี่ยวกับ เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และคดีพิพาทตามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ คดีแพ่งอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๑ ถึง มาตรา ๒๗๕ คดีแพ่งเกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้า หรือตราสารการเงินระหว่างประเทศ หรือการให้บริการระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างประเทศ การประกันภัย และนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง คดีแพ่งเกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ออกเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือให้บริการ ดังกล่าว การส่งเงินเข้ามาในราชอาณาจักรหรือล่งออกไปนอกราชอาณาจักร ทรัสตรีซีท รวมทั้งการประกันเกี่ยวกับกิจการดังกล่าว คดีแพ่งเกี่ยวกับการกักเรือ เกี่ยวกับการ ทุ่มตลาดและการอุดหนุนสินค้าหรือการให้บริการจากต่างประเทศ คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่เกี่ยวกับข้อพิพาทในการออกแบบวงจรรวม การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ชื่อทางการค้า ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่แสดงถึงแหล่งกำเนิดของสินค้า ความลับทางการค้าและการคุ้มครอง พันธุพืช คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่มีกฏหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีแพ่งเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับ ข้อพิพาทข้างต้น คดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวไม่อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หากมีปัญหาว่าคดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศหรือไม่ ไม่ว่าเกิดปัญหาในศาลยุติธรรมใด ให้ศาลนั้นรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวแล้วเสนอปัญหาให้ ประธานศาลศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัย สำหรับผู้พิพากษาในศาลนี้มี ๒ ประเภท คือ ผู้พิพากษาที่เป็นข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ และผู้พิพากษาสมทบ ร่วมกันเป็นองค์คณะผู้พิพากษา มีอธิบดีผู้พิพากษา และรองอธิบดีผู้พิพากษา เป็นผู้บริหารศาล อธิบดีผู้พิพากษามีอำนาจออกข้อกำหนด เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาและการรับฟังพยานหลักฐาน เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรม ในการฟ้องคดีอาญาสำหรับการ กระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ถ้าบทใดอยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินฯ ให้ศาลทรัพย์สินฯ รับพิจารณาพิพากษาข้อหาความผิดบทอื่นด้วย แต่ถ้าเป็นความผิดหลายกรรมเกี่ยวเนื่องกัน บางกรรมไม่อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินฯ ศาลทรัพย์สินฯ จะรับพิจารณาพิพากษาทุกกรรม หรือไม่รับเฉพาะกรรมใดกรรมหนึ่งหรือหลายกรรมที่ไม่อยู่ ในอำนาจของศาลทรัพย์สินฯ โดยให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ยังศาลที่มีอำนาจก็ได้ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทรัพย์สินฯ ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญาหรือคดีแพ่ง ให้อุทธรณ์ ไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษภายใน ๑ เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง แต่มีข้อจำกัดว่า คดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงตามกฎหมายให้จำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ คำพิพากษาลงโทษจำคุก กักขังแทนจำคุก รอการลงโทษ รอการกำหนดโทษ หรือปรับเกิน ๕,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ส่วนคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์พิพาทในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘)
อ้างอิง : รวมคำบรรยายเนติ อ.อนันต์ ชุมวิสูตร เล่ม 8 ภาค2 สมัยที่68
|