อุทาหรณ์ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม รวมคำบรรยายเนติ เล่มที่ 9 สมัยที่ 68 (ชุดที่ 2)
(อ.อนันต์ ชุมวิสูตร)
*******
อุทาหรณ์
นายระวีฟ้องนายระวิน ต่อศาลจังหวัดชุมพร ขอให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดย ไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ .มาตรา ๒๗๙ (๔) นายชิงชัยผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคนเดียวไต่สวนมูลฟ้องเสร็จแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล ควรพิพากษายกฟ้อง จึงปรึกษากับนายโชคผู้พิพากษาหัวหน้าศาล นายโชคมีความเห็นว่าคดีมีมูล ต้องมีคำสั่งประทับฟ้อง นายชิงชัยกับนายโชคจึงร่วมกันมีคำสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
ให้วินิจฉัยว่า คำสั่งของนายชิงชัยและนายโชค ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
คำตอบ
ตามปัญหาเป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดเกินกว่าอัตราโทษตามมาตรา ๒๕ (๕) ซึ่งเป็นกรณีเข้ามาตรา ๓๑ (๑) แม้นายชิงชัยมีอำนาจออกนั่งไต่สวนมูลฟ้องคนเดียว ตามมาตรา ๒๕ (๓) แต่เมื่อเห็นว่าคดีไม่มีมูล นายชิงชัยเพียงคนเดียวจะพิพากษายกฟ้องเลยยังไม่ได้ ถือได้ว่ามีเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้เกิด ขึ้นแล้วในการทำคำพิพากษาตามมาตรา ๓๑ จึงต้องแก้ปัญหาตามมาตรา ๒๙ (๓) โดยนายโชคผู้พิพากษาหัวหน้าศาลต้องเข้ามาตรวจสำนวน และเมื่อมีความเห็นว่าคดีมีมูล ต้องมีคำสั่งประทับฟ้อง เป็นกรณีต้องด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๘๔ นายโชคซึ่งมีความเห็น เป็นผลร้ายแก่จำเลยมากกว่าต้องยอมเห็นด้วยกับนายชิงชัยซึ่งมีความเห็นเป็นผลร้ายแก่ จำเลยน้อยกว่าโดยบุคคลทั้งสองต้องร่วมกันทำคำพิพากษายกฟ้อง เพราะคดีไม่มีมูล
ข้อสังเกต แม้ผู้พิพากษาที่ร่วมปรึกษาคดีเป็นผู้พิพากษาอยู่ในองค์คณะด้วย แต่ถ้าผู้พิพากษานั้นไม่เคยนั่งพิจารณาคดีเลย ก็จะให้คำปรึกษาและออกความเห็นในการวินิจฉัยชี้ขาดคดีไม่ได้ มิเช่นนั้นแล้วจะทำให้คำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลักนี้ ใช้ทั้งในคดีแพ่งและอาญา**
|