อุทาหรณ์
นายยมฟ้องนายอินต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ขอให้ขับไล่นายอินออกจากที่ดิน พิพาทของนายยมซึ่งมีราคา ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งอยู่ติดศาลแขวงตลิ่งชัน นายเหลือง ผู้พิพากษาประจำศาลของศาลจังหวัดตลิ่งชันมีคำสั่งรับคำฟ้อง เมื่อนายอินให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายอิน ขอให้ยกคำฟ้องและให้นายยมแก้ชื่อในเอกสารสิทธิเป็นชื่อนายอิน นายเหลืองมีคำสั่งรับคำให้การและฟ้องแย้ง นายแดงผู้พิพากษาอาวุโสของศาลจังหวัดตลิ่งชันองค์คณะคนเดียวสืบพยาน เมื่อคดีเสร็จการพิจารณาแล้วแต่ก่อนพิพากษา นายแดงกลับมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงตลิ่งชันซึ่งมีเขตศาลทับซ้อนกับศาลจังหวัดตลิ่งชัน
ให้วินิจฉัยว่า คำสั่งรับคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งของนายเหลือง กับการ พิจารณาสืบพยานและคำสั่งโอนคดีของนายแดง ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม หรือไม่
คำตอบ
คำสั่งรับคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้ง ไม่ใช่คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี จึงเป็นอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวที่สั่งได้ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๒๔ (๒) และไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง คำสั่งดังกล่าวของนายเหลือง ผู้พิพากษาประจำศาลชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมแล้ว
ตามคำฟ้องของนายยมเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่เมื่อนายอินให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเป็นของนายอิน คดีก็กลายเป็นมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามราคาที่ดินพิพาทคือ ๓๐๐,๐๐๐ บาท (เทียบ ฏ.๕๑๐๐/๒๕๔๕, ฎ.๑๙๖๕/๒๕๕๐) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงตลิ่งชัน ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๗ ประกอบ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง (๔) ซึ่งมีเขตศาลทับซ้อนกับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ศาลจังหวัดตลิ่งชันมีคำสั่ง รับคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้ง กับสืบพยานเสร็จแล้ว ถือได้ว่า ศาลจังหวัดตลิ่งชันใช้ดุลพินิจยอมรับคดีไว้พิจารณาแล้ว (เทียบ ฎ.๓๗๙/๒๕๒๕, ฎ.๖๘๙๐/๒๕๓๗) ศาลจังหวัดตลิ่งชันต้องพิจารณาพิพากษาคดีนั้นต่อไปตามมาตรา ๑๙/๑ ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันโดยนายแดงพิจารณาสืบพยานไปนั้น ชอบด้วยมาตรา ๒๕ (๔) แล้ว แต่ก่อนพิพากษากลับมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงตลิ่งชัน จึงไม่ชอบด้วย มาตรา ๑๙/๑
อ้างอิง อุทาหรณ์ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม(อ.อนันต์ ชุมวิสูตร) รวมคำบรรยายเนติ เล่มที่12 สมัยที่ 69
|