คำพิพากษาฎีกาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีแต่ไม่ควรได้รับการวินิจฉัย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๒๙๐/๒๕๔๖ ฎีกาของจำเลยที่ยกเหตุผลต่าง ๆ โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์มานั้น ถึงแม้เป็นฎีกาในข้อที่เป็นสาระแก่คดี แต่เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกา ซึ่งประธานศาลฎีกามอบ หมายมีอำนาจตามมาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยซ้ำอีก
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๒๔/๒๕๔๘ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยว่า สัญญา จำนองเป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๕๓ วรรคหนึ่ง เท่านั้น มิใช่เป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลย อันจะถือเป็นตราสาร ที่ต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามความมุ่งหมายแห่ง ป.รัษฎากรฯ มาตรา ๑๐๓, ๑๐๔ และ ๑๑๔ แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้เหตุผลเช่นว่านี้ได้กล่าวโดยชัดเจนและชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลแห่งคดีได้ ฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายเป็นฎีกาในข้อที่เป็นสาระแก่คดีไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาโดยความเห็นชอบและรองประธาน ศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมายไม่วินิจฉัยซ้ำอีก ยกฎีกาของจำเลย
อ้างอิง วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค3(ศอ.อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ) เล่มที่16 การบรรยายครั้งที่16 สมัยที่ 69
|