กรณีโจทก์ขอให้ศาลกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาคดีล้มละลายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ขอได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ๑๔/๒๕๐๖ ข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๑ และมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ โจทก์นำยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ไว้ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ด้วย โจทก์ฎีกาและยื่นคำร้องว่า เพื่อป้องกันความเสียหายของโจทก์ ขอให้งดการปล่อยทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ที่โจทก์นำยึดไว้ก่อน
ศาลฎีกามีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว คำร้องของโจทก์เห็นได้ว่า โจทก์มุ่งหมายขอความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ฉะนั้น ถ้าโจทก์หาประกันค่าเสียหายแก่จำเลยมาให้เป็นที่พอใจศาลชั้นต้นภายในกำหนดที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควร ก็ให้คงยึดทรัพย์ของจำเลยไว้ต่อไปตามที่ขอ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ๑๗๖๖/๒๕๓๑ ข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด โจทก์ขออายัด ทรัพย์สินของจำเลยไว้ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาและยื่นคำร้องว่า หากจำเลยได้รับทรัพย์สินคืนไป จำเลยอาจยักย้ายทรัพย์สินไปให้พ้นอำนาจศาล ขอให้งด การถอนการอายัดไว้ก่อน
ศาลฎีกามีคำสั่งว่า คำร้องของโจทก์พอแปลได้ว่า โจทก์ขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ พิเคราะห์แล้ว เห็นเป็นการสมควร จึงให้งดการถอนการอายัดทรัพย์สินของจำเลยไว้ระหว่างฎีกา
ข้อสังเกต คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ๑๗๖๖/๒๕๓๑ นี้ได้นำมาออกข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ ๖๕ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖ ด้วย
อ้างอิง หนังสือรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต 2/70 วิชา กฏหมายล้มละลาย (อ.ชีพ จุลมนต์) เล่มที่6 การบรรยายครั้งที่4
|