หัวข้อ : เจาะหลัก-สกัดฎีกา : กฎหมายล้มละลาย การยึดดวงตรา สมุดบัญชี เอกสาร และทรัพย์สิน มาตรา 19 , 20 , 109
หมวดหมู่ : สกัดหลัก ฎีกา 5ดาว กฎหมายล้มละลาย ฟื้นฟูกิจการ ที่น่าสนใจ







 การยึดดวงตรา สมุดบัญชี เอกสาร และทรัพย์สิน

        เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินใดบ้างแล้วก็จะแจ้งให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์มาทำการนำยึดบรรดาทรัพย์สิน ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙, ๒๐ และ ๑๐๙ ดังนี้

        มาตรา ๑๙ คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ให้ถือเสมือนว่าเป็นหมายของศาลให้เจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ายึดดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารของลูกหนี้ และบรรดาทรัพย์สินซึ่งอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ หรือของผู้อื่นทันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลาย

        ในการยึดทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใดๆ อันเป็นของลูกหนี้ หรือที่ลูกหนี้ได้ครอบครองอยู่ และมีอำนาจหักพังเพื่อเข้าไปในสถานนั้นๆ รวมทั้งเปิดตู้นิรภัย ตู้หรือที่เก็บของอื่นๆ ตามที่จำเป็น

        ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ยึดไว้ตามมาตรานี้ ห้ามมิให้ขายจนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย เว้นแต่เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการ เสี่ยงความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น

 

        มาตรา ๒๐ เมื่อศาลเห็นเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีทรัพย์สินของลูกหนี้ซุกซ่อนอยู่ในเรือนโรง เคหะสถาน หรือสถานที่อื่นทันมีใช่เป็นของลูกหนี้ ศาลมีอำนาจออกหมายค้นให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือเจ้าพนักงานอื่นของศาล ให้มีอำนาจดำเนิน การตามข้อความในหมายนั้น

        มาตรา ๑๐๙ ทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลาย อันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้

        (๑) ทรัพย์สินทั้งหลายอันลูกหนี้มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลาย รวมทั้ง สิทธิเรียกร้องเหนือทรัพย์สินของบุคคลอื่น เว้นแต่

        ก. เครื่องใช้สอยส่วนตัวอันจำเป็นแก่การดำรงชีพ ซึ่งลูกหนี้รวมทั้งคู่สมรสและ บุตรผู้เยาว์ของลูกหนี้ จำเป็นต้องใช้ตามสมควรแก่ฐานานุรูป และ

        ข. สัตว์ พืชพันธุ เครื่องมือและสิ่งของสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพของลูกหนี้ ราคารวมกันไม่เกินหนึ่งแสนบาท

        (๒) ทรัพย์สินซึ่งลูกหนี้ได้มาภายหลังเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายจนถึงเวลาปลดจากล้มละลาย

        (๓) สิ่งของซึ่งอยู่ในครอบครองหรืออำนาจสั่งการหรือสั่งจำหน่ายของลูกหนี้ ในทางการค้าหรือธุรกิจของลูกหนี้ ด้วยความยินยอมของเจ้าของอันแท้จริง โดยพฤติการณ์ซึ่งทำให้เห็นว่าลูกหนี้เป็นเจ้าของในขณะที่มีการขอให้ลูกหนี้นั้นล้มละลาย

        ในคดีล้มละลายศาลไม่ต้องออกหมายบังคับคดีเพื่อให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์ไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้ เพราะโดยบทบัญญัติของมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ให้ถือเสมือนว่าเป็นหมายของศาล ซึ่งทำให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีอำนาจต่างๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมีอำนาจยึด ทรัพย์ของผู้อื่นแต่อยู่ในครอบครองหรืออำนาจสั่งการหรือสั่งจำหน่ายของลูกหนี้ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ตามมาตรา ๑๐๙ (๓) นั้นเอง

        เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินซึ่งเคยเป็นของ ลูกหนี้แต่ลูกหนี้ได้โอนให้บุคคลอื่นไปก่อนแล้ว เว้นแต่จะได้มีการเพิกถอนการโอนเสียก่อน

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๑๒/๒๕๒๔ เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจกระทำการต่างๆ ได้เฉพาะแต่ที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๙ ประกอบด้วย มาตรา ๑๐๙ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขออายัดที่ดินที่ได้โอนไปเป็นของบุคคลอื่นแล้ว เว้นแต่จะได้มีการเพิกถอนการโอนที่ดินดังกล่าวเสียก่อน เมื่อที่พิพาทมีชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของอยู่ในขณะนี้ ตราบใดที่การโอนที่พิพาทมิได้ถูกเพิกถอน ผู้ร้องก็ยังคงเป็นเจ้าของอยู่ตราบนั้น ที่พิพาท จึงไม่ใช่ทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีอำนาจยึดหรืออายัดที่พิพาท

        อย่างไรก็ตาม ถ้าทรัพย์สินเป็นของลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ แต่ใส่ชื่อบุคคลอื่น ถือสิทธิในทรัพย์สินนั้นแทน ดังนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขออายัดทรัพย์ไว้ได้ โดยถือว่าเป็นวิธีรวบรวมทรัพย์สินในคดีล้มละลายอย่างหนึ่ง

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๖๑/๒๕๓๗ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินของผู้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว แต่ใส่ชื่อบุคคลอื่นถือสิทธิในที่ดินแทน ต้องถือว่าที่ดินพิพาท เป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๙ (๑) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจรวบรวมที่ดิน ดังกล่าวไว้ในกองทรัพย์สินของผู้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ ทั้งหลายได้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบที่จะมีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานที่ดิน มิให้จำหน่ายจ่ายโอนที่ดินพิพาทแก่ผู้ใดจนกว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะแจ้ง เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ซึ่งเป็นวิธีการรวบรวมทรัพย์สินในคดีล้มละลายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์วิธีหนึ่งตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ หากผู้มีชื่อถือสิทธิในที่ดินแทนผู้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ทำการโอนที่ดินนั้นไปยังบุคคลอื่นภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ต้องถือเสมือนหนึ่งว่าเป็นการกระทำของผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ยันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ มาตรา ๒๒, ๒๔ การโอนย่อมตกเป็นโมฆะและใช้ยันเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้

        ในคดีล้มละลายนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจยึดบรรดาทรัพย์สินของลูกหนี้ได้นับตั้งแต่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แต่มาตรา ๑๙ วรรคสาม บัญญัติไว้ว่าทรัพย์ สินต่างๆ ที่ยึดไว้ตามมาตรานี้ ห้ามมิให้ขายจนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ทั้งนี้ เพราะกฎหมายเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายได้ครั้งหนึ่ง และหากลูกหนี้ขอประนอมหนี้ได้สำเร็จก็ไม่ต้องล้มละลาย แล้วกลับมามีอำนาจจัดการทรัพย์สินและกิจการของตนได้ดังเดิม

 

อ้างอิง หนังสือรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต 2/70 วิชา กฏหมายล้มละลาย (อ.ชีพ จุลมนต์) เล่มที่6 การบรรยายครั้งที่4





เจาะหลัก-สกัดฎีกา : กฎหมายล้มละลาย การยึดดวงตรา สมุดบัญชี เอกสาร และทรัพย์สิน มาตรา 19 , 20 , 109 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1980 ครั้ง
ลงวันที่ 09/01/2018 11:53:25





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน