หลักการและข้อยกเว้นเกี่ยวกับคำสั่งระหว่างพิจารณา
(๑) บทบัญญัติว่าด้วยคำสั่งระหว่างพิจารณาเป็นบทยกเว้นมาตรา ๒๒๓ กล่าว คือ ห้ามอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาในทันทีและกำหนดวิธีการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาไว้
(๒) บทบัญญัติมาตรา ๒๒๖ ว่าด้วยคำสั่งระหว่างพิจารณานำไปใช้ในชั้น อุทธรณ์ได้ด้วย
(๓) คำสั่งระหว่างพิจารณาคือคำสั่งของศาลก่อนที่จะพิพากษาหรือตัดสินชี้ขาดคดี และผลของการสั่งนั้นไม่ทำให้คดีเสร็จไปจากศาลไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
อย่างไรก็ตามในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดตัดสินคดีแล้ว หาก คู่ความยังพิพาทกันเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษา และศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาก่อนชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษานั้น คำสั่งใดๆ ก่อนที่จะชี้ขาดในปัญหาที่โต้เถียงกันนั้นถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเช่นกัน ซึ่งรวมถึงคำสั่งชั้นดำเนินกระบวนพิจารณาคำขอให้พิจารณาใหม่ด้วย
(๔) คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่เป็นที่สุด ตามมาตรา ๑๙๙ เบญจ วรรคสี่
(๕) กรณีที่ศาลมีคำสั่งระหว่างพิจารณาแล้วคู่ความฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั้นใช้สิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาทันที ถือได้ว่าเป็นการคัดค้านคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นไว้แล้ว
(๖) การโต้แย้งคัดค้านต้องพิจารณาเวลาและโอกาสของคู่ความในการโต้แย้งคัดค้านด้วย โดยพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีในแต่ละเรื่อง
(๗) วิธีการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องปฏิบัติตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖ ซึ่งอาจเป็นการโต้แย้งชัดแจ้งหรือโดยปริยาย ก็ได้ แต่ไม่ต้องให้เหตุผลของการโต้แย้ง
(๘) คำสั่งของศาลชั้นต้นหลังจากที่มีการชี้ขาดตัดสินคดีแล้ว แต่ก่อนมีคำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา เพราะไม่มีคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๔๓๔/๒๕๕๘ คำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ จะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ และต้องอุทธรณ์คำสั่งภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๖ วรรคหนึ่ง แต่จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ในส่วนอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยไว้ด้วย ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ ของจำเลยในส่วนนี้ได้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวจึงไม่ชอบ และถือว่าปัญหานี้ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค ๕ การที่จำเลยฎีกาปัญหานี้ขึ้นมาจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง
อ้างอิง : วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค3(ศอ.อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ) เล่มที่10 การบรรยายครั้งที่9 สมัยที่ 70
|