การขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้มีประกัน
มาตรา ๙๕ บัญญัติว่า เจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันซึ่งลูกหนี้ได้ให้ไว้ก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดูทรัพย์สินนั้น
สรุป มาตรา ๙๕ ให้สิทธิพิเศษแก่เจ้าหนี้มีประกันว่าจะไม่ขอรับชำระหนี้ก็ได้ แต่การเจ้าหนี้มีประกันไม่ขอรับชำระหนี้ก็จะมีสิทธิเฉพาะเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน เท่านั้น เจ้าหนี้มีประกันต้องประเมินราคาทรัพย์หลักประกันดูว่าคุ้มหนี้หรือไม่ ถ้าราคาทรัพย์ที่เป็นหลักประกันท่วมหนี้ก็ไม่ต้องไปขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยใช้สิทธิตามมาตรา ๙๕ แต่ถ้าราคาทรัพย์ไม่ท่วมหรือไม่คุ้มหนี้แล้วเจ้าหนี้มีประกันที่ไม่ได้ขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็จะเสียหาย หนี้ส่วนที่ขาดนั้นบังคับไม่ได้ ในตัวบทมาตรา ๙๕ ต้องเป็นหลักประกันที่ลูกหนี้ได้ไห้ไว้ก่อนลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ขอให้สังเกตว่า ตัวบทใช้คำว่าเป็นหลักประกันซึ่งลูกหนี้ได้ให้ไว้ก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยเน้นเรื่องเวลา ต่างจากมาตรา ๙๕ ซึ่งใช้คำว่าก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๖๘/๒๕๒๒ ลูกหนี้ (จำเลย) ได้มอบอำนาจให้เจ้าหนี้ นำที่ดิน ๖ โฉนดไปทำสัญญาจำนองประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีไว้กับเจ้าหนี้ เจ้าหนี้นำที่ดินทั้ง ๖ โฉนดไปทำจำนองในวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้โดยได้จดทะเบียนจำนองเสร็จเรียบร้อยในวันเดียวกันทั้ง ๖ โฉนด ก่อนสิ้นเวลาราชการในวันนั้น เมื่อไม่มีพยานฝ่ายเจ้าหนี้ปากใดยีนยันว่าได้ทำจำนองเสร็จก่อนเที่ยงวันหรือก่อนเวลา ๑๓.๓๐ น. อันเป็นเวลาที่ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้กรณี ฟังไม่ได้ว่าเจ้าหนี้ได้ทำจำนองเสร็จก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ จึงจะถือว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกันมีสิทธิจำนองเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันซึ่งลูกหนี้ได้ให้ไว้ก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๙๕ ไม่ได้
ถ้าลูกหนี้เอาทรัพย์ไปจดทะเบียนจำนองหลังจากถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้วเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๔ นิติกรรมจำนองย่อมตกเป็นโมฆะตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๘๕๑/๒๕๔๕, ๘๗๑/๒๕๕๑ และ ๒๑๘/๒๕๕๙
อ้างอิง วิชา กฏหมายล้มละลาย(อ.ชีพ จุลมนต์) เล่มที่12 การบรรยายครั้งที่10 รวมคำบรรยายเนติฯ สมัยที่ 70
|