คำพิพากษาคดีในส่วนอาญา จะเอามาผูกพันคดีส่วนแพ่ง ได้เฉพาะข้อเท็จจริงที่เป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญาเท่านั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 484/ 2560
ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46
เมื่อคำพิพากษาในคดีส่วนอาญาฟังข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้วว่า จำเลยทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยมิได้วินิจฉัยถึงอาการทุกข์ทรมานของโจทก์ไว้ก็ตาม แต่คำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 47
คดีส่วนแพ่ง จึงรับฟังได้ว่าการกระทำละเมิดของจำเลย เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายแก่กายและจิตใจ ถึงขั้นทุกข์ทรมาน อันเป็นความเสียหายที่มิใช่ตัวเงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 446
ศาลย่อมวินิจฉัยกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดนั้นได้ #ถึงแม้คำพิพากษาคดีอาญา จะมิได้วินิจฉัยถึงอาการทุกข์ทรมานของโจทก์ไว้
|