หัวข้อ : ฎีกาใหม่ 5 ดาว* อำนาจฟ้องและการเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ





 ฎีกาใหม่ 5 ดาว*  อำนาจฟ้องและการเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55

คำพิพากษาฎีกาที่ 1635/2559 โจทก์ขายที่ดินทั้งสองแปลงของโจทก์ตามฟ้องไปหลังจากที่จำเลยยื่นคำให้การแล้ว เป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นได้เพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองแปลง โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลย แม้ภายหลังฟ้องคดีแล้ว โจทก์ขายที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว อำนาจฟ้องของโจทก์ที่บริบูรณ์อยู่แล้วก็ยังคงมีผลอยู่ต่อไป โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้

คำพิพากษาฎีกาที่ 2523/2559 จำเลยไม่มีสภาพบุคคลในขณะโจทก์ยื่นฟ้อง โจทก์มิอาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลได้ ฟ้องของโจทก์และกระบวนพิจารณานับแต่ศาลชั้นต้นรับฟ้องมามิชอบ แม้ความปรากฏในชั้นบังคับคดีเมื่อรับฟ้องไว้แล้ว ศาลก็ต้องจำหน่ายคดี

คำพิพากษาฎีกาที่ 2864/2559 จำเลยไม่มีสิทธิยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ไม่มีสิทธิยื่นคำขอให้ออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์และไม่มีสิทธิยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ. ศ. 2511 การที่จำเลยไปใช้สิทธิยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทและยื่นคำขอให้ออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์รวมไปถึงขอออกโฉนดที่ดินพิพาท ย่อมเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ ว. ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในที่ดินพิพาทตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ. ศ. 2511 ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลย

คำพิพากษาฎีกาที่ 5384/2559 หลังจากบริษัทบริหารสินทรัพย์จำเลยล้มละลายแล้ว อำนาจในการต่อสู้คดีย่อมตกเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เพียงผู้เดียวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) การที่โจทก์ฟ้องบริษัทบริหารสินทรัพย์จำเลยโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จำเลยขอให้บังคับจำเลยถอนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจึงชอบแล้ว
แม้จำเลยจะมีชื่อเป็นผู้รับจำนองในโฉนดที่ดิน แต่เมื่อขณะที่โจทก์ฟ้องบริษัทบริหารสินทรัพย์จำเลยขอให้บังคับจำเลยถอนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำเลยได้โอนสิทธิเรียกร้องและสิทธิการรับจำนองที่ดินพิพาทให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ จำเลยไม่ใช่ผู้รับจำนองแล้ว โจทก์ย่อมไม่อาจฟ้องบังคับจำเลยให้ถอนจำนองที่ดินได้ขณะโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์และยื่นฟ้องขอให้บังคับจำเลยถอนจำนองที่ดินพิพาท จำเลยไม่ใช่เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิในการรับจำนองที่ดินพิพาท จึงไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิระหว่างโจทก์กับจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

คำพิพากษาฎีกาที่ 5969/2559 จำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นหน่วยงานราชการของรัฐ ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินย่อมไม่อาจยึดเพื่อการบังคับคดีไม่ว่าด้วยเหตุใดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1307 จึงเป็นทรัพย์สินที่ตามกฎหมายไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลจำเลยที่ 1 ยังมีอำนาจหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติเทศบาล พ. ศ. 2496 กำหนดไว้และการที่จะได้รับชำระหนี้ของส่วนราชการนั้น โจทก์สามารถกระทำได้โดยวิธีการอื่นนอกจากการฟ้องขอให้หน่วยงานราชการของรัฐตกเป็นบุคคลล้มละลายซึ่งไม่อาจกระทำได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ขอให้ล้มละลาย

คำพิพากษาฎีกาที่ 7918/2559 ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่าง ห.และ อ. แต่สภาพแห่งการเป็นสินสมรสของที่ดินพิพาทย่อมหมดสิ้นไปนับแต่ ห. ซึ่งเป็นคู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำนิติกรรมโอนให้แก่โจทก์แล้วไม่ว่า อ. จะไม่ได้ฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการให้ด้วยเหตุใด และ อ. ถึงแก่ความตายไปก่อนครบกำหนดระยะเวลาเพิกถอน 10 ปีหรือไม่ ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมการให้ ที่ดินพิพาทย่อมไม่อาจกลับคืนสภาพมาเป็นสินสมรสอันเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันระหว่าง ห. กับ อ. ได้ และย่อมไม่อาจตกเป็นทรัพย์มรดกของ อ. ในอันที่จะแบ่งปันแก่จำเลยซึ่งเป็นทายาทได้อีกต่อไป เมื่อนิติกรรมการให้ที่ดินพิพาทแก่โจทก์มีผลสมบูรณ์ โจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

คำพิพากษาฎีกาที่ 8447/2559 โจทก์ฟ้องขอให้จัดการตั้งผู้ชำระบัญชีของห้าง อันเนื่องมาจาก บ.หุ้นส่วนคนหนึ่งของห้างถึงแก่ความตาย อันเป็นเหตุให้ห้างเลิกกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1055 (5) ซึ่งผู้จัดการมรดกและผู้รับมรดกของ บ. จะต้องเข้ามาแทนที่ของ บ. หุ้นส่วนผู้ตาย เพื่อการชำระบัญชีของห้าง เมื่อจำเลยที่ 2 ผู้เป็นหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งของห้างเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ บ.เป็นทายาทโดยธรรมซึ่งมีสิทธิรับมรดกของ บ. ปฏิเสธไม่ยอมตั้งผู้ชำระบัญชี โดยอ้างว่าห้างมีการชำระบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของหุ้นส่วนผู้ตายให้เข้ามาแทนที่ของผู้ตายเพื่อการชำระบัญชีของห้างได้

      แม้ ณ ทายาทของ บ. เข้าเป็นคู่ความแทนที่ บ. ซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องขอให้เลิกห้าง เป็นแต่เพียงเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาแทน บ. ซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 และถึงแก่ความตายในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นในคดีก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 42 มิได้มีผลต่อสิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของ บ. เป็นจำเลยที่ 1 ด้วยอีกฐานะ หนึ่งนอกเหนือไปจากการที่ฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนของห้างเพื่อให้มีการชำระบัญชีของห้างเป็นคดีนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของ บ .หุ้นส่วนผู้ตาย

คำพิพากษาฎีกาที่ 9579/2559 โจทก์ฟ้องขอให้ยกเลิกใบแทนโฉนดที่ดินและเพิกถอนการจดทะเบียนทั้งหมดเกี่ยวกับที่ดินพิพาทตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 โอนขายแก่จำเลยที่ 3 จนถึงปัจจุบัน ปรากฏตามสำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาสัญญาจำนองและสำเนาใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหักบัญชีว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทแก่ธนาคาร ก. ดังนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโฉนดที่ดินพิพาทและในการทำนิติกรรมตามฟ้อง นอกจากจำเลยทั้งสามแล้วยังมีธนาคาร ก. ผู้รับจำนอง แต่โจทก์มิได้ฟ้องธนาคาร ก. ผู้รับจำนองเข้ามาด้วย หากศาลพิพากษาให้เพิกถอนใบแทนโฉนดที่ดินและเพิกถอนนิติกรรมตามคำขอของโจทก์ คำพิพากษาของศาลย่อมกระทบไปถึงสิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งมิได้เข้ามาเป็นคู่ความในคดี ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 โจทก์จึงไม่มีอำนาจขอให้เพิกถอนใบแทนโฉนดที่ดินและนิติกรรมการขายที่ดินพิพาท





ฎีกาใหม่ 5 ดาว* อำนาจฟ้องและการเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 4588 ครั้ง
ลงวันที่ 01/11/2018 00:28:07





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน