คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761/2555 ผู้เสียหายในความผิดฐานลักทรัพย์ไม่จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ถูกลักไป บุคคลที่เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ ที่ถูกลักไปก็ เป็นผู้เสียหายได้คดีนี้ได้ความว่ามีคนร้ายเอายางพาราแผ่นที่โจทก์ร่วมขายให้แก่บริษัท ม. และอยู่ระหว่างนำยางพาราแผ่นนั้นไปส่งให้บริษัทดังกล่าว โดยการซื้อขายยางพาราแผ่นระหว่างโจทก์ร่วมกับบริษัทมีข้อตกลงว่าในระยะเวลาครึ่งเดือนจะมีการคิดหักกลบทางบัญชีกันครั้งหนึ่งและยางพาราที่นำมาส่งที่บริษัทจะตองชั่งน้ำหนักเพื่อคิดคำนวณราคา แสดงว่ายางพาราแผ่นที่โจทก์ ร่วมส่งขายให้แก่บริษัท ม. ยังไม่ได้บ่งตัวทรัพย์สนเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง เนื่องจากจะต้องมีการชั่งน้ำหนักเสียก่อนจึงจะมาคิดหักลบทางบัญชีกันได้ ดังนั้น กรรมสิทธิ์ในยางพาราจึงยังเป็นของโจทกร่วม เมื่อยางพาราแผ่นถูก
คนร้ายลักไประหว่างขนส่ง บริษัท ม. ก็มิได้ชำระราคาให้แก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมย่อมได้รับความเสียหายจากการที่ถูกคนร้ายลักยางพาราแผ่นไป โจทก์ร่วมจึงมีฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีนี้และขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้
สรุป คำว่า "ผู้เสียหาย" ในความผิดฐานลักทรัพย์ไม่จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ถูกลักไป บุคคลที่เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ที่ถูกลักไปก็เป็นผู้เสียหายได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5855/2550 วินิจฉัยทำนองเดียวกัน)
|