หัวข้อ : คำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับยาเสพติด
หมวดหมู่ : รวมคำพิพากษาศาลฎีกา ที่น่าสนใจ (ฎีกา 5ดาว)





คำพิพากษาฎีกาที่ 1516/2565 เนติบัณฑิตยสภา ตอนที่ 2 หน้าที่ 417
พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นาย ส. กับพวก จำเลย
ประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง มาตรา 2
กฎหมายเป็นคุณ มาตรา 3
ตัวการ มาตรา 83
เพิ่มโทษ มาตรา 92
นำไปใช้แก่ความผิดตามกฎหมายอื่น มาตรา 17
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บรรยายฟ้อง มาตรา 158
พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, มาตรา145 มาตรา 162
ในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 มิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามฟ้องของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม มิใช่ความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา มีพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ออกใช้บังคับ ในมาตรา 4 ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดแทน แต่มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ยังคงบัญญัติให้สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายเดิมซึ่งถูกยกเลิกไปทั้งฉบับ มีผลใช้บังคับแก่คดีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วก่อนวันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับจนกว่าคดีถึงที่สุด บทสันนิษฐานตามกฎหมายเดิมในมาตรา 15 ที่ว่า การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามปริมาณที่กำหนด เช่น แอมเฟตามีนคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่สามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัมขึ้นไปให้สันนิษฐานว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงยังคงมีผลใช้บังคับในคดีนี้ที่ยังไม่ถึงที่สุด
ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1 บทนิยาม “จำหน่าย” ให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจำหน่าย ดังนั้น การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยังคงเป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามกฎหมายใหม่ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 แต่บทกำหนดโทษในพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 ตามกฎหมายเดิมบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้นโดยถือเอาเพียงปริมาณของยาเสพติดเป็นสำคัญ แต่กฎหมายใหม่มาตรา 145 บัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้นโดยถือเอาพฤติการณ์ในการ กระทำความผิดและบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ ไม่ได้ถือเอาเพียงปริมาณดังเช่นกฎหมายเดิม อีกต่อไป แม้ปริมาณที่มากขึ้นอาจบ่งชี้ถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและบทบาทหน้าที่ได้ระดับหนึ่งก็ตาม เมื่อปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นอาจบ่งชี้ได้ถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและบทบาทหน้าที่อยู่ในตัว กฎหมายใหม่จึงมิได้ยกเลิกความผิดมาตรา 66 วรรคสองและวรรคสามไปเสียทีเดียว แต่เมื่อกฎหมายใหม่ไม่ได้ให้ ศาลลงโทษหนักขึ้นเพียงเพราะปริมาณยาเสพติดให้โทษดังเช่นในกฎหมายเดิม แต่ต้องมีพฤติการณ์และบทบาทหน้าที่ตามที่กฎหมายใหม่กำหนดไว้ด้วย จึงจะมีความผิดตามกฎหมายใหม่มาตรา 145 วรรคสองหรือวรรคสามได้ ดังนั้น ถ้าผู้กระทำผิดมีพฤติการณ์หรือบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายใหม่มาตรา 145 วรรคสองหรือวรรคสาม ศาลมีอำนาจปรับบทความผิดมาตรา 145 วรรคสองหรือวรรคสาม ถ้ายาเสพติดให้โทษมีปริมาณถึงตามกฎหมายเดิมมาตรา 66 วรรคสองหรือวรรคสาม แต่ผู้กระทำความผิดไม่มีพฤตการณ์ในการกระทำความผิดหรือบทบาทหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายใหม่มาตรา 145 วรรคสองหรือวรรคสาม ศาลไม่อาจปรับบทความผิดตามมาตรา 145 วรรคสองหรือวรรคสามได้ คงปรับบทความผิดได้เพียงมาตรา 145 วรรคหนึ่ง
ทางนำสืบโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยเป็นการกระทำเพื่อการค้าหรือกระทำการอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสองและวรรคสาม จึงไม่อาจปรับบทความผิดตามมาตรา 145 วรรคสองหรือวรรคสามได้ การกระทำของจำเลยที่ 1 คงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งล้านห้าแสนบาท ขณะที่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสาม มีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต ดังนี้ เป็นกรณีที่กฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดเป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 มากกว่ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ศาลต้องบังคับตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคหนึ่ง อันเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3
ความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91 มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งประมวลกฎหมายยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การเสพเมทแอมเฟตามีนคงเป็นความผิดต่อไปตามมาตรา 104 โดยกำหนดโทษไว้ในมาตรา 162 มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้ ต้องปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104, 162 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดและเป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองมากกว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ถูกยกเลิกไป ศาลย่อมไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 97 ได้อีก แต่โจทก์บรรยายเหตุแห่งการเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบมาในฟ้องแล้ว ศาลมีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 ประกอบมาตรา 17

--------------------------

 





คำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับยาเสพติด | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2010 ครั้ง
ลงวันที่ 25/11/2022 12:51:22





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน