เรื่องการจำกัดอำนาจของลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 22 (3) คำพิพากษาฎีกาที่ 3902/2549 และ 7128-7131/2552
เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ผลของคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดมีผลกระทบต่อเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ในกรณีผลต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ตามมาตรา 22 เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป
(2) เก็บรวบรวมและรับเงิน หรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับชำระหนี้จากผู้อื่น
(3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้
(ดูมาตรา 24 ประกอบด้วย)
ตามมาตรา 22 (3) หมายความว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เพียงผู้เดียวมีอำนาจประนีประนอมยอมความฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ที่อยู่ในอำนาจการจัดการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
และเป็นคดีที่เกิดใหม่หลังจากลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้วถ้าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้อง หรือกองทรัพย์สินของลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องต่อใครถ้าจะฟ้องคดีกัน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ฟ้องคดีแทน หรือใครฟ้องลูกหนี้หลังจากที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็จะเข้าไปต่อสู้คดีแทน ศาลฎีกาแปลความว่าเป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะเข้าว่าคดีหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแทนลูกหนี้แล้วแพ้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับจากวันคดีถึงที่สุด
และการจำกัดอำนาจของลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 22 (3) เป็นการจำกัดเฉพาะในทางแพ่งเท่านั้น ไม่รวมถึงการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีอาญาด้วย
ดูคำพิพากษาฎีกาที่ 3902/2552, 7128-7131/2552
ข้อสังเกต
1) พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 มาตรา 24 และมาตรา 25 จำกัดอำนาจในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้เฉพาะในทางแพ่งเท่านั้น ไม่รวมถึงการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีอาญาด้วย
2) ตามคำพิพากษาฎีกา 3902/2552 และ 7128-7131/2552 นี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษทางอาญาแต่เพียงอย่างเดียว มิได้มีคำขอบังคับในส่วนแพ่งให้จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายมาด้วย จึงไม่ต้องด้วย พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3)
|