หัวข้อ : ป้องกันจริงหรือ ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๒๙๒/๒๕๕๒
หมวดหมู่ : รวมคำพิพากษาศาลฎีกา ที่น่าสนใจ (ฎีกา 5ดาว)






"ป้องกันจริงหรือ"

ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านมีนาย ท. นั่งซ้อนท้าย ผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ และพวกขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังส่งเสียงเอะอะ ผู้ตายเร่งเครื่องหนี ผู้ต้องหาที่ ๑ ใช้ปืนลูกซองพกสั้นยิงไล่หลัง ๑ นัด ไม่ถูกผู้ใด ผู้ตายขับรถไปได้ ๑๐๐ เมตร เห็นว่าพ้นอันตรายแล้ว ขับรถย้อนกลับและจอดรถริมทางเปิดไฟหน้ารถไว้ ผู้ต้องหาที่ ๒ ใช้ปืนลูกซองยาวยิงผู้ตาย ๑ นัดถูกที่อกด้านซ้ายตกจากรถจักรยานยนต์ นาย ท. ที่น...ั่งซ้อนท้ายได้วิ่งหนีไปซ่อนในทุ่งนารอ ๒๐ นาทีจึงได้ออกมาพาผู้ตายส่งโรงพยาบาล

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ ๑ รับว่าใช้ปืนลูกซองยิง ๑ นัดแต่ไม่ถูกผู้ใด ผู้้องหาที่ ๒ รับว่าใช้ปืนยิงนัดที่สองถูกผู้ตายล้มลงพร้อมรถจักรยานยนต์และใช้อาวุธปืนดังกล่าวตีที่ศรีษะผู้ตายหลายครั้ง คำให้การผู้ต้องหาทั้งสองเจือสมคำให้การนาย ท. สอดคล้องบาดแผลที่ศรีษะผู้ตาย พนักงานสอบสวนพบฝาประกบรางปืนลูกซองยาวหลุดออกจากตัวปืนตกในที่เกิดเหตุ แะสามารถยึดอาวุธปืนยาวลูกซองไม่มีฝาประกบรางปืน อาวุธปืนลูกซองพกสั้น และกระสุนปืนลูกซองที่ผู้ต้องหาที่ ๑ เป็นของกลาง พบเม็ดกระสุน ๑ เม็ดจากศพผู้ตาย จึงรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและนาย ท. โดยมีเจตนาฆ่า

ข้ออ้างผู้ต้องหาทั้งสองที่อ้างว่ายิงผู้ตายขณะขี่รถจักรยานยนต์สวนเข้ามาหาผู้ต้องหาทั้งสองเพื่อป้องกันตัวจนผู้ตายตกจากรถ ส่วนคนซ้อนท้ายวิ่งหลบหนี ผู้ต้องหาที่ ๒ จึงใช้อาวุธปืนตีที่ศรีษะผู้ตายหลายครั้ง แล้วผู้ต้องหาที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ได้นำรถจักรยานยนต์ผู้ตายขับขี่ไปทุบทำลาย นั้นไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ ฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น (ผู้ต้องหาที่ ๓ ถึงที่ ๖ เป็นเยาวชนแยกดำเนินคดี) (ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๒๙๒/๒๕๕๒)

ข้อสังเกต :

๑. ผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ อ้างว่าจำเป็นต้องยิงเพื่อเป็นการป้องกันตัวเพราะผู้ตายขับรถจักรยานยนต์พุ่งใส่นั้น ขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ ที่รับว่าผู้ต้องหาที่ ๑ ใช้ปืนยิงผู้ตาย ๑ นัดไม่ถูก ผู้ต้องหาที่ ๒ ใช้ปืนยิงไปที่ผู้ตาย ๑ นัดถูกผู้ตายตกลงจากรถคนที่ซ้อนท้ายวิ่งหนี สอดคล้องกับคำให้การนาย ท. ซึ่งไม่ใช่การยิงสวนขณะผู้ตายขับรถจักรยานยนต์พุ่งเข้าใส่ ทั้งการตรวจสถานที่เกิดเหตุไม่ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์ของผู้ตายมีรอยครูดจากการล้มไถลไปกับพื้นถนน ไม่ปรากฏพบบาดแผลถลอกที่ร่างกายผู้ตายและของนาย ท. จึงน่าเชื่อว่าผู้ตายถูกยิงในขณะจอดรถ การอ้างป้องกันภยันตรายอันละเมิดกฏหมายของผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ จึงขัดแย้งจากสภาพศพและสภาพรถจักรยานยนต์ของผู้ตายและนาย ท. จึงไม่น่าเชื่อว่ายิงผู้ตายขณะผู้ตายขับรถพุ่งเข้าชน น่าเชื่อว่ายิงผู้ตายขณะผู้ตายจอดรถตามคำให้การนาย ท.

๒. หรือหากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้ต้องหาที่ ๑ ที่ ๒ อ้างว่าผู้ตายขับรถพุ่งชน รถผู้ตายเป็นเพียงรถจักรยานยนต์ การป้องกันภยันตรายเพียงแค่ยิงไปที่ล้อรถก็น่าจะเพียงพอและได้สัดส่วนกับการกระทำและเป็นวิถีทางที่น้อยที่สุดในการป้องกัน แต่คดีนี้พยานหลักฐานที่พบจากสภาพศพผู้ตายและตามร่างกายนาย ท. ที่ไม่มีรอยถลอกเพราะรถล้มและรถจักรยานยนต์ไม่มีรอยครูดไปตามถนน แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ยิงขณะมีการขับรถพุ่งชน

๓. ผู้ต้องหาที่ ๑ ยิงผู้ตาย ๑ นัดไม่ถูกผู้ใดมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้ตายโดยเจตนาประสงค์ต่อผลและพยายามฆ่านาย ท. โดยเจตนาเล็งเห็นผล (คือนั่งติดกันหากยิงไม่แม่นอาจถูกนาย ท. ซึ่งนั่งติดกันได้) ผู้ต้องหาอื่นต้องร่วมรับผิดด้วยเพราะได้ขับรถส่งเสียงเอะอะไล่ตามรถผู้ตายแล้วใช้ปืนยิงโดยไม่มีผู้ต้องหาคนใดห้ามปรามไม่ให้ยิงแต่กลับส่งเสียงเอะอะ แสดงให้เห็นเจตนาผู้ต้องหาทุกคนที่จะมุ่งทำร้ายหรือฆ่าผู้ตายกับนาย ท. ซึ่งเป็นความผิดคนละกรรมกับความผิดฐานฆ่าผู้ตายที่ผู้ต้องหาที่ ๒ ยิงผู้ตาย เพราะผู้รถผู้ตายหนีไปได้ ๑๐๐ เมตรแล้วจึงขับรถย้อนกลับมาแล้วมาจอดข้างทาง น่าจะขาดตอนแยกออกจากกันกับการกระทำในครั้งแรกแล้วไม่ใช่การกระทำที่ต่อเนื่องจากการกระทำในครั้งแรก การที่ผู้ต้องหาที่ ๒ ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายซึ่งมีนาย ท. นั่งอยู่ใกล้ๆจนผู้ตายถึงแก่ความตาย ถือมีเจตนาฆ่าผู้ตายด้วยเจตนาประสงค์ต่อผลและพยายามฆ่านาย ท. โดยเจตนาเล็งเห็นผล ผู้ต้องหาทุกคนต้องร่วมรับผิดเพราะมาด้วยกันรู้เห็นในการยิงครั้งแรกเมื่อยิงไม่ถูกแทนที่จะห้ามปรามหรือแยกย้ายกันกลับแต่กลับตามมายิงผู้ตายอีกครั้ง

(ท่านจิระประวัติ เเบบประเสริฐ)




ป้องกันจริงหรือ ชี้ขาดความเห็นแย้ง ๒๙๒/๒๕๕๒ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1685 ครั้ง
ลงวันที่ 27/01/2014 14:43:40





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน