อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญานัดแถลง 4 ส.ค. ปรับเนื้อหากฎหมายให้เป็นภาษาที่ประชาชนเข้าใจง่าย ร่ายยาวรายละเอียด 8 ประเด็น
ภายหลังพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมเป็นต้นไป หากผู้ใช้โซเชียลมีเดียนำข้อมูลผู้อื่นมาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ แล้วไม่ให้เครดิตหรือนำไปใช้เพื่อการค้า อาจมีความผิด โดยกฎหมายฉบับใหม่ได้กำหนดอัตราโทษนักก๊อบปี้นักแชร์ทั้งหลายที่ไม่ให้เครดิตเจ้าของผลงานปรับ 1 หมื่น-1 แสนบาท หากกระทำเพื่อการค้ามีโทษปรับตั้งแต่ 5 หมื่น-4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการปรับเนื้อหาของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 ให้เป็นภาษาที่ประชาชนเข้าใจง่าย โดยจะนำเสนอเนื้อหาผ่านทางเว็บไซต์ของกรมเป็นเบื้องต้น ส่วนเอกสารคู่มือที่เผยแพร่จะดำเนินการในขั้นต่อไป นอกจากนี้ กรมได้นำเสนอเนื้อหาของ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์ของกรมให้ประชาชนสามารถเข้ามาอ่านได้อีกทางแล้ว ส่วนรายละเอียดเรื่องต่างๆ ใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่นั้น จะแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 สิงหาคม เวลา 10.30 น.
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ประเด็นที่ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะแถลงข่าวเกี่ยวกับสาระของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิและกำหนดข้อยกเว้นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดง ในวันที่ 4 สิงหาคมนั้น จะประกอบด้วย
1.คุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิเพื่อส่งเสริมการเผยแพร่งานที่มีลิขสิทธิ์และคุ้มครองสิทธิในข้อมูลที่เจ้าของลิขสิทธิ์ที่ใช้บริหารจัดการสิทธิของตนไม่ให้คนอื่นมาลบหรือเปลี่ยนแปลงโดยไม่ชอบ
2.คุ้มครองมาตรการทางเทคโนโลยีที่เจ้าของลิขสิทธิ์นำมาใช้ปกป้องงานอันมีลิขสิทธิ์ของตน เพื่อป้องกันการทำซ้ำหรือการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์
3.กำหนดข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์การทำซ้ำชั่วคราว
4.การกำหนดข้อจำกัดความรับผิดของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (Liability Limitation of ISP) เพื่อให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เช่น เจ้าของเว็บไซต์ยูทูบ (Youtube) ไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์
5.เพิ่มข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ กรณีการจำหน่ายต้นฉบับ หรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์
6.เพิ่มเติมเรื่องสิทธิทางศีลธรรมของนักแสดงเพื่อเพิ่มสิทธิให้นักแสดงมีสิทธิทางศีลธรรมเท่าเทียมกับสิทธิทางศีลธรรมของผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์
7.เพิ่มบทบัญญัติเรื่องค่าเสียหายในเชิงลงโทษโดยกำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหาย
8.กำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งริบหรือทำลายสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำละเมิดและสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดใหม่มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท หากการกระทำเพื่อการค้าจะโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน-2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อ้างอิงข่าว : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1438661619
|