หัวข้อ : คำพิพากษาฎีกาที่ 59/2556
หมวดหมู่ : ฎีกา ปี พ.ศ. 2556 (พุทธศักราช 2556)







  คำพิพากษาฎีกาที่ 59/2556  โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าหนังสือพิมพ์ 550,774.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
         จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อหนังสือพิมพ์ของโจทก์เพื่อให้ผู้โดยสารของจำเลย อ่านบนเครื่องบินระหว่างทำการบิน โดยชำระเงินส่วนหนึ่งและโจทก์ซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินของ จำเลยหักกลบลบหนี้ชำระค่าหนังสือพิมพ์อีกส่วนหนึ่ง แต่โจทก์ไม่ใช้สิทธิ์ซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน ของจำเลยเพื่อหักกลบลบหนี้ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 ตามข้อตกลง โจทก์จึงเป็นฝ่าย ผิดสัญญา ระหว่างเดือนเมษายน 2548 ถึงเดือนมีนาคม 2549 จำเลยออกตั๋วโดยสารเครื่องบิน ให้แก่โจทก์คิดเป็นเงิ 103,960 บาท จึงคงเหลือค่าหนังสือพิมพ์ 446,814.80 บาท แต่โจทก์ต้อง ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าหนังสือพิมพ์ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2548 ฟ้อง โจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
         ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 446,814.80 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 เมษายน 2551) จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท
         จำเลยอุทธรณ์
         ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
         จำเลยฎีกา
         ศาลฎีการวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตและขายหนังสือพิมพ์ จีนชื่อ ตงฮั้ว ส่วนจำเลยประกอบกิจการการบินขนส่งผู้โดยสารด้วยเครื่องบินโดยสาร เมื่อวันที 18  กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยได้มีจดหมายขอสั่งซื้อหนังสือพิมพ์จีนดังกล่าวจากโจทก์ตามจดหมายเอกสาร หมาย จ. 3 ในนั้นมีอารัมภบทความว่า ตามที่จำเลยสั่งซื้อหนังสือพิมพ์เพื่อให้การบริการด้านข่าวสาร แก่ผู้โดยสารในเส้นทาง กรุงเทพ - ฮ่องกง - กรุงเทพ และ กรุงเทพ - สิงคโปร์ - กัวลาลัมเปอร์ - กรุงเทพ ในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี จำเลยจึงประสงค์จะสั่งซื้อต่อไปโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546 และจำเลยได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนหนังสือพิมพ์ สถานที่ เวลาส่ง สถานที่วางบิล และราคา เฉพาะราคาฉบับวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ได้กำหนดวิธีการจ่ายเป็นแบบ Barter แลกตั๋วโดยสาร เครื่องบินในอัตรา 5.74 บาท ต่อ 1 ฉบับ จ่ายเป็นเงินสดในอัตรา 1.91 บาท ต่อ 1 ฉบับ ส่วนฉบับวัน อาทิตย์จ่ายเป็นแบบ Bater แลกตั๋วโดยสารเครื่องบินในอัตรา 2.25 บาท ต่อ 1 ฉบับ จ่ายเป็นเงินสด 0.85 ต่อ 1 ฉบับ โจทก์ได้เริ่มส่งหนังสือพิมพ์แก่จำเลยระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2546 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2548 ตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ. 4 โดยใบแจ้งหนี้ดังกล่าว โจทก์แจ้งให้จำเลยชำระหนี้ทุกวันสิ้นเดือน เพื่อเรียกเก็บเงินค่าหนังสือพิมพ์ของเดือนนั้น ๆ รวม 550,774.80 บาท ต่อมาจำเลยได้ออกตั๋วโดยสาร เครื่องบินเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์รวม 37 ฉบับ โดยตั๋วโดยสารเครื่องบินฉบับสุดท้ายที่จำเลยออกให้โจทก์ ลงวันที่ 17 มีนาคม 2549 ตามสำเนาตั๋วโดยสารเครื่องบินเอกสารหมาย ล.1 รวม 103,960 บาท จึงคง เหลือหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ 446,814.80 บาท
         แต่ในชั้นนี้มีประเด็นเรื่องอายุความ เพื่อที่จะเริ่มต้นนับอายุความ จำเป็นที่จะต้องกำหนด วันที่จะเริ่มต้นนับอายุความเสียก่อน สำหรับคดีนี้ตามเอกสารที่เกี่ยวกับข้อตกลงการซื้อขายหนังสือพิมพ์ ระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ปรากฏว่าได้กำหนดระยะเวลาชำระหนี้กันไว้อย่างไรนับแต่วันแจ้งหนี้ (วางบิล) แต่จำเลยให้การต่อสู้ว่า อายุความฟ้องคดีนี้เริ่มนับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2548 อันเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับ ตามสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ซึ่งโจทก์มิได้นำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่น ทั้งนางดวงนภา ทองสี พนักงาน บัญชีของโจทก์เป็นพยานเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านก็ยอมรับตามนั้น จึงถือว่าโจทก์อาจบังคับ ตามสิทธิเรียกร้องจากจำเลยได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2548 เป็นต้นไป จึงมีปัญหาตามที่จำเลยต่อสู้ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ 2 ปี แล้วหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ข้อยกเว้นที่จะทำให้สิทธิเรียกร้องของ โจทก์มีอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 ประกอบมาตรา 193/34 (1) ที่ว่า เว้นแต่จะเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเองนั้น จะต้องเป็นการให้บริการที่เป็นส่วนสำคัญ เป็นบริการหลักในกิจการสายการบินซึ่งถ้าขาดไปจะทำให้กิจการการบินดำเนินต่อไปไม่ได้ ซึ่งการให้ บริการหนังสือพิมพ์แก่ผู้โดยสารไม่ได้มีความสำคัญเช่นนั้น สามารถยกเลิกได้โดยไม่กระทบกับกิจการ การบินของจำเลย ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการบริการหนังสือพิมพ์แก่ผู้โดยสารเป็นการอำนวยความ สะดวกจึงไม่ใช่ส่วนสำคัญของกิจการการบินนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การขนส่งผู้โดยสารทางอากาศด้วยอากาศยาน เป็นธุรกิจบริการที่สาระสำคัญอยู่ที่การสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการ คือไม่เพียงแต่ต้องตรงเวลา ปลอดภัย และสะดวกเป็นหลักเท่านั้น แต่ต้องสามารถตอบสนองความต้องการด้านอื่น ๆ ของผู้โดยสารให้ได้มากที่สุด ด้วยเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อประโยชน์ในการแข่งขันกับสายการบินอื่น ๆ และเพื่อที่จะสามารถดึงดูดลูกค้าให้ กลับมาใช้บริการอีกในครั้งต่อไป ซึ่งการให้การบริการแก่ผู้โดยสารในด้านข้อมูลข่าวสารระหว่างทำการบิน หรือระหว่างรอรับบริการ เช่นด้วยหนังสือพิมพ์ ก็ต้องนับว่าเป็นไปเพื่อการสร้างความพึงพอใจแก่ผู้โดยสาร ที่กำลังใช้บริการของจำเลยด้วยไม่มากก็น้อย ทั้งตามถ้อยคำในกฎหมายดังกล่าวก็มิได้แสดงนัยไว้ว่ากิจการ ของฝ่ายลูกหนี้ที่เจ้าหนี้ทำให้นั้นต้องเป็นกิจการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญด้วย ดังนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์มีอายุความ 5 ปี จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
         พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท 





คำพิพากษาฎีกาที่ 59/2556 | ฎีกา 5 ดาว (ย่อสั้น) อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม เกี่ยวกับ คำพิพากษาฎีกาที่ 59/2556


จำนวนผู้ชม : 1419 ครั้ง
ลงวันที่ 23/08/2015 23:07:18




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน