หัวข้อ : คำพิพากษาฎีกาที่ 111/2556
หมวดหมู่ : ฎีกา ปี พ.ศ. 2556 (พุทธศักราช 2556)







คำพิพากษาฎีกาที่ 111/2556 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนกันยายน 2549 จำเลยสั่งซื้อสินค้าประเภทอุปกรณ์ประดับรถยนต์ไปจากโจทก์ หลายครั้ง โจทก์ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว จำเลย ออกเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  สาขากระบี่ รวม 3 ฉบับ ซึ่งเป็นเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงินรวม 240,000 บาท เพื่อชำระค่าสินค้าให้ แก่โจทก์ โดยเช็คฉบับที่ 1 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2549 จำนวนเงิน 8,000 บาท เช็คฉบับที่ 2 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2549 จำนวนเงิน 80,000 บาท และเช็คฉบับที่ 3 ลงวันที่ 15 กันยายน 2549 จำนวนเงิน 80,000 บาท โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเช็ค พิพาททั้งสามฉบับถึงกำหนดชำระเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็ค ปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสามฉบับ โดยให้เหตุผลเหมือนกันว่าบัญชีปิดแล้ว เช็คฉบับที่ 3 ปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ส่วนเช็คฉบับที่ 1 และที่ 2 ปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2549 โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 246,871.23 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 240,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
         จำเลยให้การว่า ฟ้องเคลือบคลุม โจทก์กับจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ ต่อกัน จำเลยไม่ได้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ จำเลยในฐานะลูกจ้างหรือ พนักงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวด์ ซึ่งประกอบกิจการ เกี่ยวกับอุปกรณ์ประดับรถยนต์ได้สั่งซื้อสินค้าตามฟ้องจากบริษัท เหรียญซิน สือโม้ว จำกัด โดยมีข้อตกลงให้สินเชื่อ 30 ถึง 45 วัน และ ต้องสั่งจ่ายเช็คเท่าราคาสินค้าในแต่ละงวด เพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ แต่เนื่องจากในขณะห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวซื้อสินค้าจากบริษัท ดังกล่าว หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวไม่อยู่ เพื่อแก้ ปัญหาเฉพาะหน้า จำเลยจึงสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสามฉบับให้แก่โจทก์ซึ่ง เป็นตัวแทนของบริษัทดังกล่าวไป แต่ก่อนส่งมอบเช็คพิพาททั้งสาม ฉบับได้แจ้งให้โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าวทราบ แล้วว่า เช็คพิพาททั้งสามฉบับเป็นเช็คที่จำเลยไม่ได้ใช้และบัญชีปิดแล้ว โจทก์แจ้งจำเลยว่าเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนและข้อบังคับของ บริษัทดังกล่าว แต่จำเลยจะต้องนำเช็คของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว มาเปลี่ยนให้ถูกต้อง แต่ต่อมาจำเลยลาออกจากการเป็นลูกจ้างของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวโดยไม่ได้ขอเช็คพิพาททั้งสามฉบับคืน ต่อมา ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวได้ชำระหนี้ให้แก่บริษัทดังกล่าว เสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าวกลับนำเช็คพิพาททั้ง สามฉบับมาฟ้องจำเลยโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิจึงเป็นการคบคิดกันกับ บริษัทดังกล่าวฉ้อฉลจำเลยโดยไม่มีสิทธิ โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วย กฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง
         ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 240,000 บาท ให้แก่ โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 80,000 บาท นับแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันฟ้อง ของต้นเงิน 160,000 บาท นับแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันฟ้อง และของต้นเงิน 240,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 6,871.23 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชา ธรรมเนียมแก่โจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท
         จำเลยอุทธรณ์
         ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
         จำเลยฎีกา
         ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื่องต้นรับฟังได้ว่า บริษัทเหรียญ ซิน สือโม้ว จำกัด ประกอบกิจการจำหน่ายอุปกรณ์ประดับรถยนต์ มี สำนักงานตั้งอยู่ที่บ้านโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ ตามหนังสือรับรอง เอกสารหมาย ล.1 ห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวน์ มีนายนิพันธ์ ภูมิภมร เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสามฉบับ รวมเป็นเงิน 240,000 บาท ให้แก่โจทก์ เช็คพิพาททั้งสามฉบับเป็น เช็คที่ระบุให้ชำระเงินแก่ผู้ถือ ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2549  จำนวนเงิน 80,000 บาท ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2549 จำนวน 80,000 บาท และฉบับที่ 3 ลงวันที่ 15 กันยายน 2549 จำนวนเงิน 80,000 บาท โดยโจทก์อ้างว่าเป็นเช็คชำระค่าสินค้าที่จำเลยซื้อจาก โจทก์ เมื่อเช็คพิพาททั้งสามฉบับถึงกำหนดชำระเงิน ปรากฏว่าธนาคาร ตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเช็คพิพาททั้งสามฉบับ โดยให้เหตุผลเหมือน กันว่าบัญชีปิดแล้ว เช็คฉบับที่ 3 ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่  20 พฤศจิกายน 2549 ส่วนเช็คฉบับที่ 1 และที่ 2 ธนาคารปฏิเสธ การจ่ายเงินเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2549 ตามเช็คพร้อมใบคืนเช็ค เอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3
         มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิด ชำระหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาล ล่างหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสามฉบับเพื่อ ชำระหนี้ค่าสินค้าให้แก่บริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด โดยมีโจทก์มา รับจากจำเลยและจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบว่าเช็คพิพาททั้งสามฉบับไม่ สามารถเบิกเงินได้เพราะบัญชีปิดแล้ว โจทก์ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยไม่ มีเจตนาชำระค่าสินค้าด้วยเช็คพิพาททั้งสามฉบับตามฟ้อง โจทก์กับ จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กันเป็นส่วนตัว หนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ระหว่างบริษัท เหรียญซิน สือโม้ว จำกัด กับห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวด์ โจทก์ไม่ใช่เจ้าหนี้ที่แท้จริง บริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด เป็นผู้ทรง เช็คไม่ใช่โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า การที่จำเลยให้การทำนอง ว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับเป็นการค้ำประกันการชำระหนี้ ค่าสินค้าตามฟ้องที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวด์สั่งซื้อจาก บริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด ซึ่งมีโจทก์เป็นกรรมการผู้จัดการ โจทก์ จึงจะนำเช็คพิพาททั้งสามฉบับมาฟ้องจำเลยในนามส่วนตัวไม่ได้ โจทก์ ไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นข้อต่อสู้ระหว่างโจทก์กับจำเลย จำเลยสามารยกต่อสู้ได้ แม้เช็คพิพาททั้งสามฉบับจะเป็นเช็คผู้ถือและ อยู่ในครอบครองของโจทก์ แต่ฐานะผู้ทรงโดยการถือเช็คผู้ถือจะต้อง เป็นไปโดยชอบตามที่อ้างด้วย โจทก์อ้างว่าจำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ หลายครั้ง และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสามฉบับเพื่อชำระค่าสินค้า ให้แก่โจทก์ โดยโจทก์มีเพียงนายทรงวุฒิ ทองประสม ผู้รับมอบอำนาจ และทนายความโจทก์มาเบิกความประกอบเช็คพิพาททั้งสามฉบับเพียง ปากเดียวว่า โจทก์มีอาชีพจำหน่ายอุปกรณ์ประดับรถยนต์ จำเลยสั่งซื้อ สินค้าประเภทอุปกรณ์ประดับรถยนต์ตามฟ้องจากโจทก์และได้ชำระค่า สินค้าด้วยเช็คพิพาททั้งสามฉบับ ต่อมาธนาคารตามเช็คปฏิเสธการ จ่ายเงิน ตามเช็คพร้อมใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 แต่นาย ทรงวุฒิผู้รับมอบอำนาจและทนายความโจทก์ตอบทนายจำเลย ถามค้านว่า บริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด ซึ่งจำหน่ายอุปกรณ์ประดับ รถยนต์มีสำนักงานอยู่ที่บ้านโจทก์ มีโจทก์เป็นกรรมการผู้จัดการ การส่ง สินค้าตามฟ้องจะไปส่งที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวด์ โดย พนักงานของบริษัท เหรียญซิน สือโม้ว จำกัด เป็นผู้ไปเก็บเช็คพิพาททั้ง สามฉบับ เมื่อเช็คพิพาททั้งสามฉบับถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน พยานติดต่อไปที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวด์เพื่อให้ชำระ ค่าสินค้า ซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวด์รับว่าจะชำระให้แต่ ก็ไม่ชำระ เมื่อปรากฏว่าเช็คพิพาททั้งสามฉบับตามเอกสารหมาย จ.1  ถึง จ. 3 เป็นเช็คผู้ถือและไม่มีเชื่อของห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ ซาวด์ ปรากฏอยู่ แต่นายทรงวุฒิกลับติดต่อให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่ แอร์แอนด์ซาวด์ชำระค่าสินค้า ทั้งที่โจทก์อ้างว่าจำเลยสั่งซื้อสินค้าตาม ฟ้องจากโจทก์ ประกอบกับบริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด มีสำนักงาน ตั้งอยู่ที่บ้านโจทก์และมีโจทก์เป็นกรรมการผู้จัดการ ซึ่งตามประมวล กฎหมายแพงและพาณิชย์ มาตรา 1168 โจทก์จะประกอบการค้าขาย อันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของ บริษัทนั้นไม่ได้ พฤติการณ์การขายสินค้าของโจทก์จึงเป็นไปในลักษณะ การค้าขายในนามของบริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด ไม่ใช่การค้าขาย ในนามส่วนตัว เจือสมกับทางนำสืบของจำเลยว่า มูลหนี้ตาม เช็ค พิพาททั้งสามฉบับเป็นหนี้ค่าสินค้าที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ ซาวด์สั่งซื้อจากษริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด พยานจำเลยจึงมี น้ำหนักและเหตุผลดีกว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท ทั้งสามฉบับเพื่อประกันการชำระหนี้ค่าสินค้าที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่ แอร์แอนด์ซาวด์สั่งซื้อจากบริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด โจทก์กับ จำเลยจึงไม่มีหนี้ต่อกัน แม้จำเลยจะอ้างว่าเป็นการสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้ง สามฉบับแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวด์ก็ไม่ได้ เพราะไม่ ได้เขียนข้อความว่าทำการแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดกระบี่แอร์แอนด์ซาวด์ ไว้ในเช็คพิพาททั้งสามฉบับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 901 โจทก์ในฐานะกรรมการผู้จัดการของบริษัทเหรียญซิน  สือโม้ว จำกัด ย่อมทราบดีว่าเช็คพิพาททั้งสามฉบับจำเลยสั่งจ่ายให้แก่ บริษัทเหรียญซิน สือโม้ว จำกัด ไม่ใช่สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เป็นการส่วนตัว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ มีสิทธิบังคับให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับ โจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"
         พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ 





คำพิพากษาฎีกาที่ 111/2556 | ฎีกา 5 ดาว (ย่อสั้น) อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม เกี่ยวกับ คำพิพากษาฎีกาที่ 111/2556


จำนวนผู้ชม : 1992 ครั้ง
ลงวันที่ 23/08/2015 23:10:37




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน