คำพิพากษาฎีกาที่ 303/2556 คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย เด็ดขาดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552
จำเลยยื่นคำร้องว่า หลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำสั่งดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ครบกำหนดยื่นคำขอรับชำระหนี้วันที่ 13 กันยายน 2553 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคำสั่งรับคำขอรับชำระหนี้ของบริษัทบริหารสินทรัพย์พาลาภ จำกัด เจ้าหนี้ ซึ่งยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2554 (ที่ถูก 2553) อันเป็นวันก่อนวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด การขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 ประกอบมาตรา 91 ที่จะต้องขอรับชำระหนี้ภายในสองเดือน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อีกทั้งได้มีการประชุม เจ้าหนี้ก่อนวันครบกำหนดยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 91 จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านการรับ คำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์สั่งยกคำร้อง ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกเลิกคำขอรับชำระหนี้ ของเจ้าหนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณา คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 7 มิถุนายน 2553 โฆษณาใน ราชกิจจานุเบกษาวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ครบกำหนดยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามพระราช บัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 วันที่ 13 กันยายน 2553 ตามเอกสารหมาย ค.3 ถึง ค.5 ท้ายคำคัดค้าน มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้รายเดียวคือ บริษัทบริหารสินทรัพย์พาลาภ จำกัด ซึ่งยื่นคำขอรับชำระหนี้ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2553 ตามเอกสารหมาย ค.6 และ ค.7 ท้าย คำคัดค้าน ซึ่งแม้จะยื่นก่อนวันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในราชกิจจานุเบกษา แต่ก็เป็น การยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง ทั้งมิได้ทำให้ความรับผิด ของจำเลยเปลี่ยนไป จำเลยไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกทำเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2553 ตามเอกสารหมาย ค.8 ท้ายคำคัดค้าน จึงเป็นการกระทำหลังครบกำหนดยื่นคำขอ รับชำระหนี้ จำเลยกล่าวอ้างผิดข้อเท็จจริงไม่สามารถรับฟังได้ การสั่งรับคำขอรับชำระหนี้และการ ประชุมเจ้าหนี้ดำเนินการโดยชอบ จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 คัดค้านว่าการยื่น คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้มิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งว่าเจ้าหนี้ยื่นคำขอ รับชำระหนี้ภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย จำเลยทราบคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์วันที่ 22 มิถุนายน 2554 ตามเอกสารหมาย ค.1 และ ค.2 ท้ายคำคัดค้าน หากเห็นว่าได้รับความเสียหาย จากการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยต้องยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลาย กลางภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบการกระทำหรือคำวินิจฉัย เพื่อให้ศาลมีคำสั่งกลับหรือแก้ไข การกระทำหรือคำวินิจฉัยนั้น ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146 จำเลยยื่นคำร้อง ต่อศาลล้มละลายกลางวันที่ 13 กรกฎาคม 2554 พ้นกำหนดเวลาตามกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลล้มละลาย กลางยกเลิกคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ศาลล้มละลายกลางมี คำสั่งยกคำร้อง คำสั่งล้มละลายกลางดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งหรือคำพิพากษาที่ยกเว้นให้อุทธรณ์ตาม พระราชาบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา 24 วรรคสอง ทั้งไม่มี กรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของ จำเลยมานั้นเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นนี้ทั้งหมดแก่จำเลย ค่าฤชา ธรรมเนียมนอกจากนี้ให้เป็นพับ
|