คำพิพากษาฎีกาที่ 1535/2557
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแพ่งธนบุรีพิพากษาตามสัญญาประนี ประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระเป็นเงิน 30,511,043.37 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 22,009,378.31 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552) เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2552 และดอกเบี้ยอัตรา เอ็ม.แอล.อาร์. บวก 1.25 ต่อปี ซึ่งในขณะทำสัญญาเท่ากับอัตราร้อยละ 7 ต่อปี นับ แต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินค่าเบี้ยประกันภัย 60,348 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยตกลงให้พักชำระดอกเบี้ยค้างชำระจำนวน 9,133,257.82 บาท จำเลยทั้งสองตกลงผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน เริ่มชำระงวดแรก เดือนพฤษภาคม 2552 และจำชำระให้แล้วเสร็จภายในเดือน พฤศจิกายน 2553 โดยเดือนพฤษภาคม 2552 ถึงเดือนเมษายน 2553 ผ่อนชำระเดือนละไม่น้อยกว่า 30,000 บาท บาท เดือน พฤษภาคม 2553 ถึงเดือนตุลาคม 2553 ผ่อนชำระเดือนละไม่น้อย กว่า 50,000 บาท และเดือนพฤศจิกายน 2553 ตกลงผ่อนชำระ ส่วนที่เหลือทั้งหมด และให้นำเงิน 30,000 บาท ซึ่งจำเลยทั้งสอง ชำระหนี้แก่โจทก์ก่อนทำสัญญามาหักชำระหนี้ หากผิดนัดชำระหนี้ งวดหนี้งวดใดให้ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด ยอมให้โจทก์คิดดอก เบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้น เงินค่าเบี้ยประกันภัยที่ค้างชำระนับแต่วันที่ผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระเสร็จแก่โจทก์ และยินยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สิน ของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ แต่ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับ คดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 12942, 20402, 27309, 28901, 28902, 28207, 29241 และที่ดินโฉนดเลขที่ 19790 และ 19791 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ แก่โจทก์
จำเลยทั้งยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า เจ้าพนักงาน บังคับคดีตั้งราคาประเมินที่ดินที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 7 แปลง พร้อมสิ่ง ปลูกสร้างเพื่อนำออกขายทอดตลาดในราคา 28,689,250 บาท เป็นราคาที่ต่ำเกินไป ราคาประเมินไม่ควรต่ำกว่า 35,000,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่า ตามกฎกระทรวงที่แก้ไขใหม่ให้ถือเอา ราคาที่คู่ความแถลงนำส่งเป็นราคาประเมินในการขายทอดตลาด เมื่อ จำเลยทั้งสองคัดค้านว่าราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างควรเป็น 35,000,000 บาท จึงให้ถือเอาราคาดังกล่าวเป็นราคาประเมิน
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีตั้งราคา ประเมินที่ดินให้จังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 7 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่ำเกิน ไป ราคาประเมินไม่ควรต่ำกว่า 35,000,000 บาท ขอให้มีคำสั่งให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ สาขาฝาง ยกเลิกการประเมิน ราคาที่ดินทั้ง 7 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และให้เจ้าพนักงานบังคับ คดีทำการประเมินราคาใหม่ในราคาไม่ต่ำกว่า 35,000,000 บาท และให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายีน ค่าฤชา ธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้เป็นคดี ผู้บริโภคคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลผู้บริโภคภาค 5 แผนกคดี ผู้บริโภคย่อมเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 49 วรรคสอง เว้นแต่คู่ความอาจยื่นคำร้องขอ อนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีที่มีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกา เกินสองแสนบาทหรือในปัญหาข้อกฎหมายได้ โดยต้องยื่นคำร้องของ อนุญาตฎีกามาพร้อมกับฎีกาต่อศาลชั้นต้น แล้วให้ศาลชั้นต้นส่ง คำร้องพร้อมฎีกาไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไปตามพระราช บัญญัติวิธีพิจารณาคดีฎีกาผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 51 และ 52 เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกามาพร้อม กับฎีกาด้วย จึงเป็นการไม่ชอบ แต่บทบัญญัติว่าด้วยการฎีกาตาม พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 เป็นบทบัญญัติ พิเศษที่กำหนดให้ศาลฎีกาเท่านั้นที่มีอำนาจในการพิจารณาสั่งว่าจะ อนุญาตให้ฎีกาและรับฎีกาหรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของ จำเลยทั้งสองเสียเองเป็นการไม่ชอบ จึงจำต้องยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองและเห็นสมควรมีคำสั่งใหม่ให้ถูกต้อง ต่อไป"
พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองได้รับยกเว้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง ให้คืนค่าขึ้นศาลและค่าใช้จ่ายในการส่ง คำคู่ความในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง
|