หัวข้อ : คำพิพากษาฎีกาที่ 1572/2557
หมวดหมู่ : ฎีกา ปี พ.ศ. 2557 (พุทธศักราช 2557)







คำพิพากษาฎีกาที่ 1572/2557

     โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลย ทั้งสองร่วมกันปลอมคำร้องโอนสิทธิการเช่าสัญญาเช่าอาคารเทศบาล ตำบลสตึก เลขที่ 401/25 หมู่ที่ 1 อันเป็นเอกสารสิทธิและเป็น เอกสารราชการ โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมลายมือชื่อนางลัดดา แซ่ตั้ง ลงในช่องผู้รับโอนสิทธิการเช่าสัญญาเช่าอาคารดังกล่าวเพื่อให้ ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเอกสารดังกล่าว นางดารารัตน์ องพงษ์พันธ์ ซึ่ง เป็นผู้ยื่นคำร้องขออนุญาตโอนสิทธิการเช่าอาคารประสงค์โอนสิทธิ การเช่าอาคารให้แก่นางลัดดา ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่นางดารารัตน์มี ความประสงค์โอนสิทธิการเช่าอาคารดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 เท่านั้น ทั้งนี้ ในประการที่จ่าจะเกิดความเสียหายแก่นางดารารัตน์ นางลัดดา เทศบาลตำบลสตึก ผู้อื่นหรือประชาชน แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ คำร้องโอนสิทธิการเช่าอันเป็นเอกสารปลอมดังกล่าวยื่นแสดงต่อ นางสุวรรณี ตั้งบวรธรรมาหรือจันทร์โท นายกัมปนาท บุตรโต นาย ภาณุภณ นามทะจันทร์ และนายประสิทธิ์ ศุภประภาวณิชย์ เจ้าหน้าที่ สำนักงานเทศบาลตำบลสตึก อันเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตาม กฎหมาย โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่านางดารารัตน์มีความ ประสงค์โอนสิทธิการเช่าอาคารดังกล่าวให้แก่นางลัดดาซึ่งไม่เป็น ความจริง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลดังกล่าวหลงเชื่อและ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกตกลงการโอนสิทธิการเช่าและ สัญญาเช่าอาคารและสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นเอกสารสิทธิและเอกสาร ราชการ ทั้งนี้ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นางดารารัตน์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลดังกล่าว เทศบาลตำบลสตึก ผู้อื่นหรือ ประชาชน จากนั้นจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมสัญญาเช่าอาคาร เทศบาลตำบลสตึก อันเป็นเอกสารสิทธิและเป็นเอกสารราชการ โดย จำเลยทั้งสองรวมกันปลอมลายมือชื่อนางลัดดาลงในช่องผู้เช่าใน สัญญาเช่าอาคารดังกล่าวเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าสัญญาเช่า อาคารดังกล่าวนางลัดดาทำสัญญาเช่ากับเทศบาลตำบลสตึก โดย เป็นผู้เช่าซึ่งไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่นางดารารัตน์ นางลัดดา เทศบาลตำบลสตึก นายกเทศมนตรีตำบล สตึก ผู้อื่นหรือประชาชน จากนั้นจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้สัญญาเช่า อาคารอันเป็นเอกสารปลอมดังกล่าวยื่นแสดงต่อนางสุวรรณี นายกัมปนาท นางสุรีพร ทิพย์อักษร และนายประสิทธิ์ ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบลสตึก อันเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ ตามกฎหมายเพื่อให้ลงเชื่อว่าสัญญาดังกล่าวนางลัดดาลงลายมือชื่อ ในช่องผู้เช่าไว้ถูกต้อง และเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาล ดังกล่าวหลงเชื่อและลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าอาคารดังกล่าวและ ยอมให้นางลัดดาเช่าอาคารเทศบาลดังกล่าว ทั้งนี้ในประการที่น่าจะ เกิดความเสียหายแก่เจ้าหน้าที่เทศบาลดังกล่าว นางดารารัตน์ เทศบาลตำบลสตึก ผู้อื่นหรือประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 83,91,137,264,265,266,267, 268
         จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
         ระหว่างพิจารณา นางดารัตน์ องพงษ์พันธ์ ยื่นคำร้องขอ เข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
         ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
         โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์
         ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
         โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้โจทก์ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง และผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
         ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า"พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟัง เป็นยุติว่า เดิมจำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าอาคารพิพาทจากเทศบาลตำบล สตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2547 จำเลยที่ 1 โอนสิทธิการเช่า อาคารพิพาทตีใช้หนี้ให้แก่โจทก์ร่วม เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 โจทก์ร่วมและจำเลยทั้งสองไปโอนสิทธิการเช่าสัญญาเช่าอาคารพิพาท ที่สำนักเทศบาลตำบลสตึก โดยจำเลยที่ 2 ใช้ชื่อลัดดา แซ่ตั้ง และ ลงลายมือชื่อลัดดา แซ่ตั้ง พี่สาวของจำเลยที่ 2 ในช่องผู้รับโอนใน คำร้องโอนสิทธิการเช่าสัญญาเช่าอาคาร ในบันทึกตกลงการโอนสิทธิ การเช่า และในช่องผู้เช่าในสัญญาเช่าอาคารหรือสิ่งก่อสร้างตาม เอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.4 ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์และโจทก์ ร่วมว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อลัดดา แซ่ตั้ง ไม่มีกฎหมายให้อำนาจลงลายมือชื่อแทน กันได้ แม้นางลัดดา แซ่ตั้ง จะอนุญาตหรือให้ความยินยอม และ เจ้าหน้าที่ผู้จัดทำบันทึกแนะนำให้จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อนางลัดดา แซ่ตั้ง ก็ลงลายมือชื่อแทนกันไม่ได้ การที่จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อนาง ลัดดา แซ่ตั้ง ในเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.4 จึงเป็นการลงลายมือชื่อ ปลอมในเอกสาร แต่ในความผิดฐานแจ้งความเท็จและความผิดฐาน ปลอมเอกสารนี้จะต้องได้ความด้วยว่าอยู่ในลักษณะที่น่าจะเกิดความ เสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนหรือไม่ เมื่อได้ความจากโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมลงลายมือชื่อโอนลอยในคำร้องโอนสิทธิการเช่าสัญญาเช่า อาคารดังกล่าวโดยไม่ได้สนใจว่าใครจะนำเอกสารดังกล่าวไปกรอก ข้อความอย่างไร แสดงให้เห็นว่าโจทก์ร่วมพอใจในราคาค่าตอบแทน การโอนสิทธิการเช่าเสียมากกว่าหาใช่มีข้อตกลงโอนสิทธิการเช่า อาคารพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 โดยเจาะจงแต่อย่างใดไม่ สอดคล้องกับ ที่นางสุวรรณี จันทร์โท เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสตึก พยานโจทก์และ โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้จัดทำเอกสารเกี่ยวกับคำร้องโอนสิทธิการเช่า เบิกความว่า โจทก์ร่วมประสงค์จะโอนสิทธิการเช่าอาคารพิพาทให้แก่ นางลัดดา ทั้งใบเสร็จรับเงินค่าคำร้องโอนสิทธิการเช่าอาคารตาม เอกสารหมาย จ.5 ก็ระบุว่าได้รับเงินจากนางลัดดา จากพฤติการณ์ ดังกล่าวโจทก์ร่วมและเทศบาลตำบลสตึกไม่อยู่ในฐานะที่จะอ้างว่า ได้รับความเสียหาย จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ และฐานปลอมเอกสารตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายก ฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์และโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
         พิพากษายืน





คำพิพากษาฎีกาที่ 1572/2557 | ฎีกา 5 ดาว (ย่อสั้น) อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม เกี่ยวกับ คำพิพากษาฎีกาที่ 1572/2557


จำนวนผู้ชม : 2222 ครั้ง
ลงวันที่ 26/08/2015 23:21:50




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน