หัวข้อ : คำพิพากษาฎีกาที่ 1613/2557
หมวดหมู่ : ฎีกา ปี พ.ศ. 2557 (พุทธศักราช 2557)







คำพิพากษาฎีกาที่ 1613/2557

          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2547 เวลากลางวัน จำเลยพยายามนำพารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน คกธ ชลบุรี 239 ซึ่งเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทยออกไปนอกราช อาณาจักรโดยยังไม่ผ่านศุลกากรให้ถูกต้อง และโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยง ข้อห้ามหรือข้อจำกัดและพิธีการทางศุลกากร อันเกี่ยวเนื่องแก่การส่ง รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ต้องเสีย ค่าอากร ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ประเมินราคารถจักรยานยนต์คันดัง กล่าวเป็นเงิน 30,000 บาท ทั้งนี้ โดยจำเลยลงมือกระทำความผิด ด้วยการนำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปยังชายแดนประเทศไทย บริเวณหมู่บ้านโนนหมากมุ่น ด้านติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชาเพื่อ นำรถจักรยานยนต์คันดังล่าวออกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการ ทางศุลกากร แต่กระทำไปไม่ตลอด เนื่องจากเจ้าพนักงานพบเห็นและ ขัดขวางการกระทำของจำเลยเสียก่อน จำเลยจึงไม่สามารถนำหรือพา รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรสมดังเจตนา ของจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 พระราชบัญญัติให้ บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5,6,7,8,9 และจ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับกุมตามกฎหมาย
         จำเลยให้การสารภาพ
         ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับ สารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ยกคำขอให้จ่ายรางวัล
         จำเลยอุทธรณ์
         ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง และให้คืนรถ จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน คกธ ชลบุรี 239 ของ กลางแก่เจ้าของ
         โจทก์ฎีกา
         ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้ว่า จำเลยพยายามนำรถจักรยานยนต์ของกลาง ซึ่งผลิตในประเทศไทยออกไปนอกราชอาณาจักรทางด้านชายแดนไทย ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา โดยยังไม่ผ่านด่านศุลกากรให้ถูกต้อง และโดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดและพิธีการทางศุลกากร อัน เกี่ยวเนื่องแก่การส่งรถจักรยานยนต์ของกลางไปนอกราชอาณาจักร จำเลยลงมือกระทำความผิดด้วยการนำรถจักรยานยนต์ของกลางไป ยังชายแดนประเทศไทยบริเวณหมู่บ้านโนนหมากมุ่น ตำบลโนนหมากมุ่น กิ่งอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ด้านติดต่อราชอาณาจักรกัมพูชาเพื่อ นำรถจักรยานยนต์ของกลางออกไปนอกราชอาณาจักร แต่กระทำไป ไม่ตลอด เนื่องจากเจ้าพนักงานพบเห็นและขัดขวางการกระทำของ  จำเลยเสียก่อน จำเลยจึงไม่สามารถนำหรือพารถจักรยานยนต์ของกลาง ออกไปนอกราชอาณาจักรได้ และเจ้าพนักงานยึดรถจักรยานยนต์ของ กลางได้ ดังนี้ คำฟ้องโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราช บัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 แล้ว ประกอบกับจำเลย ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาโดยมิได้หลงต่อสู้แต่ ประการใด ทั้งเป็นกรณีไม่จำต้องสืบพยานประกอบตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ศาลย่อม พิพากษาลงโทษจำเลยได้ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 หยิบยก ข้อเท็จจริงตามคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ของพนักงาน สอบสวนสถานีตำรวนภูธรกิ่งอำเภอโคกสูงในสำนวนนี้โดยอ้างว่าเป็น ส่วนประกอบของคำฟ้องว่า จุดที่เจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้นและ จับกุมจำเลยไม่ปรากฏว่าอยู่ห่างจากชายแดนไทยติดต่อกับราชอาณา- จักรกัมพูชาเพียงใด การกระทำของจำเลยยังอยู่ในขั้นตระเตรียมการ ไม่เช้าขั้นพยายามนำพารถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักร จึงไม่เป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2496 มาตรา 27 และ  พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อย่างไรก็ดีคดีนี้จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษา ใหม่ตามลำดับชั้นศาลเสียก่อน "
         พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี





คำพิพากษาฎีกาที่ 1613/2557 | ฎีกา 5 ดาว (ย่อสั้น) อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม เกี่ยวกับ คำพิพากษาฎีกาที่ 1613/2557


จำนวนผู้ชม : 1830 ครั้ง
ลงวันที่ 26/08/2015 23:23:55




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน