กระโดดถีบรถจักรยานยนต์ อ้างป้องกัน ได้หรือไม่
กฏหมายอาญา มาตรา 59-106 (ศอ.ดร.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์) เล่มที่10 สมัยที่69
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๙๒/๒๕๕๗ (ฎีกาใหม่) ก่อนที่จำเลยจะใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายที่ ๒ จำเลยใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายที่ ๑ และกำลังขึ้นรถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนี เมื่อผู้เสียหายที่ ๒ มาถึงและพบผู้เสียหายที่ ๑ ถูกแทงกับเห็นจำเลยถืออาวุธมีดนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ จึงเป็นกรณีที่ผู้เสียหายที่ ๒ พบการกระทำความผิดต่อผู้เสียหายที่ ๑ ในอาการซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายที่ ๑ มา แล้วสด ๆ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดซึ่งหน้าต่อผู้เสียหายที่ ๒ ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๐ วรรคแรก ผู้เสียหายที่ ๒ ในฐานะราษฎร ย่อมมีอำนาจจับจำเลยได้ตามมาตรา ๗๙ การที่ผู้เสียหายที่ ๒ กระโดดถีบจำเลยก็เพื่อ หยุดยั้งมิให้จำเลยกับพวกขับรถจักรยานยนต์หลบหนีอันเป็นการกระทำเพื่อจับจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิป้องกันเพื่อให้ตนพ้นจากการที่จะต้องถูกจับ เมื่อจำเลยใช้อาวุธมีดแทง ผู้เสียหายที่ ๒ จนได้รับอันตรายสาหัสจึงมิใช่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ข้อสังเกต
๑. การที่ “ราษฎร” กระโดดถีบจำเลยเป็นการ “จับ” จำเลยตามที่ ป.วิ.อ. มาตรา ๘๓ วรรคสามบัญญัติไว้ ซึ่งมีข้อความดังนี้
ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับ...หลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับนั้น
๒. ดังนั้น การกระโดดถีบจำเลยเพื่อจับจำเลย จึงไม่ใช่ภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย การที่จำเลยใช้มีดแทงราษฎร จึงอ้างว่า เป็นการ “ป้องกัน” เพื่อให้พ้นจากการที่จะต้องถูก “ราษฎร” จับไม่ได้
๓. การกระโดดถีบเพื่อให้จักรยานยนต์ล้ม เป็น “วิธี” ที่เหมาะสมในการจับ เพราะมิฉะนั้น คนร้ายก็จะหลบหนีไปได้
๔. แต่การใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย ถือว่าเป็นภยันตราย เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ผู้รับภยันตรายโต้ตอบกลับมาโดยอ้าง ป้องกันได้
|