หาก “ผู้ก่อภัย” ถูกกระทำการโต้ตอบกลับมาอันเป็นการ “ป้องกัน” โดยชอบด้วยกฎหมาย ก็ไม่ใช่ “ผู้เสียหาย” โดยนิตินัย
กฏหมายอาญา มาตรา ๕๙-๑๐๖ (ศอ.ดร.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์) เล่มที่ ๑๐ สมัยที่ ๖๙
***************
คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๒๗๖/๒๕๕๕ ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและวิ่งไล่ทำร้าย ร. จากโรงลิเกจนไปถึงที่เกิดเหตุ แล้วใช้มีดฟันแขน ร. ได้รับบาดเจ็บและเตะถีบ ร. จนล้มลงแล้วใช้อาวุธ ปืนจ่อ ร. พร้อมจะยิงและพูดว่ามึงตายอันเป็นการหมายเอาชีวิต ร. นับว่าเป็นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายใกล้จะถึงจำเลยได้ ห้ามปรามแล้วแต่ผู้ตายไม่เชื่อฟัง การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในทันทีทันใดจึงเป็นการยับยั้งการกระทำของผู้ตาย และป้องกันชีวิต ร. ทั้งจำเลยยิงปืนเพียงนัดเดียว ถือได้ว่า จำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๙ วรรคหนึ่ง การที่ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) ส. มารดาผู้ตายย่อมไม่มีสิทธิดำเนินคดีแทนผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ (๒) และไม่มีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๓๐ ตลอดจนไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์ของ ส. โจทก์ร่วม และยกคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ของ ส. มารดาผู้ตายโจทก์ร่วมชอบแล้ว
|