คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5056/2562
ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 รวมเป็นเงินต้นทั้งสิ้น 6 แสนบาท โดยจำเลยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน ต่อมาวันที่ 3 ตุลาคม 2557 จำเลยทำบันทึกข้อความรับสภาพหนี้ว่าได้กู้เงินโจทก์รวมทั้งสิ้น 8 แสนบาท และจะคืนให้โจทก์ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2557
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน โดยจำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือนมาโดยตลอด
ดอกเบี้ยที่จำเลยชำระไปดังกล่าวจึงเกิดจากการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3 ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยย่อมตกเป็นโมฆะ
การที่จำเลยยอมชำระดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้แก่โจทก์ ถือได้ว่าเป็นการชำระหนี้ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 411 จำเลยไม่อาจเรียกร้องให้คืนเงินดอกเบี้ยที่ชำระไป
แต่โจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิได้ดอกเบี้ยดังกล่าว หากแต่ต้องนำดอกเบี้ยที่ชำระไปแก่โจทก์ 480,900 ไปหักต้นเงิน 6 แสนบาท
จำเลยคงค้างชำระต้นเงินเพียง 119,100 บาท
หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้เงินโจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง
____________________
ที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช 2562 เล่มที่ 6 หน้า 82-84
|