ในคดีร้องขอจัดการมรดก ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและมีคำขอให้ศาลตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกด้วย แม้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องถอนคำร้องขอแล้ว คดีก็ยังมีประเด็นว่าสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ โดยไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องเป็นคู่ความในประเด็นดังกล่าวด้วย เพราะการถอนคำร้องขอย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำร้องขอ ถือเสมือนมิได้มีการยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๖ ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับประเด็นว่าสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกา
คำพิพากษษฎีกาที่ ๘๓๖๓ - ๘๓๖๕/๒๕๕๗ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ ๑ ถึงที่ ๕ ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ต่อมาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องถอนคำร้องขอและจำหน่ายคดีของผู้ร้องออกจากสารบบความ ย่อมเป็นการลบล้างผลแห่งการยื่นคำร้อง รวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่น ๆ อันมีภายหลังที่ยื่นคำร้องและทำให้คู่ความกลับคืนสู่สถานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นคำร้องขอตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๖ ดังนั้น ผู้ร้องจึงมิได้เป็นคู่ความในคดีที่ยังมีประเด็นเรื่องขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายให้ต้องวินิจฉัยต่อไป ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิเข้ามาในคดีเพื่ออุทธรณ์ฎีกาในคดีนี้ได้อีก
|