ผู้จำนองไม่ได้เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ผู้รับจำนองแม้จะเสียค่าตอบแทนและสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ก็ตาม ก็ไม่มีสิทธิดีกว่าบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2725/2563 โจทก์ที่ 1 มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทภายในกรอบสีเขียว ส่วนโจทก์ที่ 2 มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทภายในกรอบสีน้ำเงินตามแผนที่พิพาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก) ที่มีชื่อจำเลยที่ 1 ในทะเบียนที่ดิน โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตาม ป.พ.พ.มาตรา 1364 และได้แบ่งแยกการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองเป็นส่วนสัด ต่างหากจากที่ดินส่วนของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว โจทก์ทั้งสองได้ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม เมื่อจำเลยที่ 1 หมดสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิยกที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน แม้การยกให้จะทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยที่ 2 ก็ไม่ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามหลักผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน และจำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองไปจดทะเบียนจำนองแก่จำเลยที่ 3 เพราะจำเลยที่ 2 ไม่ใช่เจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท การจำนองในส่วนที่ดินพิพาทต้องห้ามตาม ป.พ.พ.มาตรา 705 ไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งสองผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าจำเลยที่ 3 รับจำนองโดยสุจริตหรือไม่ และจำเลยที่ 4 ซึ่งรับโอนสิทธิการรับจำนองจากจำเลยที่ 3 ย่อมไม่ได้สิทธิการรับจำนองเช่นกัน เพราะสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ที่จะมีสิทธิดีกว่าผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมที่ยังมิได้จดทะเบียนตาม ป.พ.พ.มาตรา 1299 วรรคสองนั้น ต้องเป็นการได้มาจากผู้มีสิทธิครอบครองสิทธิโดยชอบ เมื่อจำเลยที่ 2 ผู้จำนองไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองแก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงไม่อาจอ้างสิทธิที่ได้มาโดยไม่ชอบดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ทั้งสองได้ กรณีไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 1299 วรรคสอง โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และนิติกรรมการรับโอนสิทธิการรับจำนองระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 4 ได้
|