ฟ้องหย่า แบ่งสินสมรส เรียกค่าทดแทน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์เป็นชู้ มีชู้ และร่วมประเวณีกับอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องจำเลยที่ 2 ในฐานะภริยาออกสังคมอย่างเปิดเผย จำเลยที่ 2 ทราบว่าจำเลยที่ 1 กับโจทก์เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังเป็นชู้มีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 นำจำเลยที่ 2 เข้ามาพักอาศัยหลับนอนฉันสามีภริยาที่อาคารที่ทำงานและไปสู่ขอจำเลยที่ 2 แสดงออกต่อบุคคลทั่วไปว่าจำเลยที่ 2 เป็นภริยา ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากกัน ขอให้แบ่งสินสมรส และขอเรียกค่าทดแทนจากจำเลยทั้งสอง อันเป็นเหตุฟ้องหย่าตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516 (1) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน ต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงสิ้นสุดลงด้วยความตายตามมาตรา 1501 ก่อนการหย่าโดยคำพิพากษาจะมีผลนับแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุดตามมาตรา 1531 วรรคสอง คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองที่ให้หย่าขาดจากกันเป็นอันสิ้นผลไป การพิจารณาฎีกาในเหตุหย่าและการแบ่งสินสมรสไม่เป็นประโยชน์แก่คดีที่จะพิจารณาต่อไป ทั้งเป็นเรื่องต้องว่ากล่าวตามกฎหมายมรดก ศาลฎีกาให้จำหน่ายคดีตามฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ ส่วนคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าทดแทนนั้น เมื่อคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองที่ให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากกันสิ้นผลไปแล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับค่าทดแทนจากจำเลยที่ 1 ย่อมสิ้นผลไปด้วย แต่สำหรับความรับผิดในค่าทดแทนของจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 ได้ ตามมาตรา 1523 วรรคสอง แม้การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 สิ้นสุดลงด้วยความตายของจำเลยที่ 1 ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาถึงความรับผิดในค่าทดแทนของจำเลยที่ 2 (ฎีกาที่ 4977/2565 ประชุมใหญ่)
|