หัวข้อ : คำพิพากษาฎีกาที่ 1803/2565
หมวดหมู่ : ฎีกา ปี พ.ศ. 2565 (พุทธศักราช 2565)





ค่าเสียหายราคารถส่วนที่ขาด  

     คำพิพากษาฎีกาที่ 1803/2565 ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อ ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน และให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหาย หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ซึ่งทำสัญญายอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระแทน ภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ติดตามรถยนต์คืนจากจำเลยที่ 1 แล้วนำออกขายทอดตลาดได้เงินจากการขายต่ำกว่าราคารถยนต์ที่ศาลกำหนดไว้ในคำพิพากษาคดีก่อน ถือว่าการละเลยเสียไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีก่อนก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เป็นราคารถยนต์ส่วนที่ขาดไป เป็นค่าเสียหายอันสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาคดีก่อน มิใช่ค่าเสียหายที่มีหลักแหล่งแห่งข้อหาตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาค้ำประกันซึ่งเลิกกันไปแล้วและศาลในคดีก่อนวินิจฉัยชี้ขาดจนเสร็จสิ้น ไม่มีเหตุให้พิจารณาว่าได้มีการบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดหรือไม่อีก จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดค่าเสียหายในราคารถส่วนที่ขาดกับจำเลยที่ 1

 

หมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 104,205.61 บาท พร้อมดอกเบี้ย เนื่องจากราคารถใช้แทนที่ศาลในคดีก่อนกำหนดไว้มีมูลค่า 450,000 บาท โจทก์ได้รับเงินจากการขายทอดตลาดรถ 345,794.39 บาท โจทก์จึงยังเสียหายเป็นค่าขาดราคารถ 104,205.61 บาท





คำพิพากษาฎีกาที่ 1803/2565 | ฎีกา 5 ดาว (ย่อสั้น) อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม เกี่ยวกับ ฎีกาที่ 1803/2565


จำนวนผู้ชม : 314 ครั้ง
ลงวันที่ 01/10/2023 00:05:43




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน