ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 สอบเมื่อ 25 ก.พ.2566
--------------------------------------
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2565 (ออกสอบ ฎีกาใหม่*)
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพรากหรือไม่ เห็นว่าความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคหนึ่งและวรรคสาม กฎหมายบัญญัติโดยมีความมุ่งหมายที่จะคุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลที่มีต่อเด็ก
คำว่า พราก ตามพจนานุกรมฉบับราชบัญฑิตยสถาน มีความหมายว่า ทำให้จากไป พาไปเสียจาก ทำให้แยกออกจากกัน ดังนั้น การพรากซึ่งจะทำให้ผู้กระทำมีความผิดตามมาตรา 317 วรรคหนึ่งและวรรคสาม จึงหมายถึงการพรากหรือแยกเด็กออกไปจากอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ทำให้อำนาจปกครองดูแลเด็กของบุคคลดังกล่าวถูกรบกวนหรือถูกกระทบกระเทือนโดยบุคคลดังกล่าวไม่รู้เห็นยินยอม อันเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ซึ่งกฏหมายมิได้จำกัดว่าโดยวิธีการใดและไม่คำนึงถึงระยะใกล้หรือไกล ไม่ว่าเด็กจะไปอยู่ที่แห่งใด หากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ยังดูแลเอาใจใส่อยู่เด็กย่อมอยู่ในอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ตลอดเวลาโดยไม่ขาดตอน หากมีผู้กระทำต่อเด็กในทางเสื่อมเสียและเสียหายหรือโดยปราศจากเหตุอันสมควรซึ่งเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองดูแลย่อมถือได้ว่าเป็นความผิดฐานพรากเด็ก
การที่จำเลยเข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหายแล้วปิดล็อกประตู ขัดขวางไม่ให้ออกจากห้องนอนและกระทำชำเราผู้เสียหาย
แม้จำเลยไม่ได้พาผู้เสียหายออกไปจากบ้านที่อยู่อาศัยด้วยกันก็ตาม แต่การที่จำเลยปิดล็อกประตูขัดขวางไม่ให้ผู้เสียหายที่ 1 ออกจากห้องนอนแล้วกระทำชำเราพร้อมข่มขู่ผู้เสียหายดังกล่าว #ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าผู้เสียหายเป็นเด็กอายุ 10 ปีเศษถึง 11 ปีเศษ ยังอยู่ในอำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 2 ผู้เป็นมารดา ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาแยกผู้เสียหายที่ 1 ออกจากอำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 2 ผู้เป็นมารดาโดยให้ผู้เสียหายที่ 1 ตกอยู่ในอำนาจควบคุมของจำเลยและจำยอมให้จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 อันเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 2 การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพรากผู้เสียหายที่ 1 ไปเสียจากอำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 2 ผู้เป็นมารดา
จำเลยจึงมีความผิดฐานพรากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากผู้เสียหายที่ 2 มารดา เพื่อการอนาจาร
|