ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 สอบเมื่อ 25 ก.พ.2566
--------------------------------------
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2259/2563 (เป็นฎีกาใหม่ และฎีกาเก็งทุกสำนัก*)
จำเลยที่ 1 พูดกับผู้เสียหายว่า จะเอากระเป๋าหรือมีดแล้วเปิดเสื้อขึ้น และมิได้ใช้กำลังประทุษร้ายหรือพูดข่มขู่หรือขู่เข็ญว่า ในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือพูดข่มขู่หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย แต่พฤติกรรมของจำเลยที่ 1 ย่อมทำให้ผู้เสียหายเกิดความตกใจกลัวว่า ในทันใดนั้นผู้เสียหายจะถูกจำเลยที่ 1 ใช้กำลังประทุษร้าย หากพยายามแย่งกระเป๋าถือคืนจากจำเลยที่ 1 ผู้เสียหายจึงไม่กล้าขัดขืนติดตามเอากระเป๋าถือคืน การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการแสดงอาการขู่เข็ญผู้เสียหายแล้วว่า ในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายเพื่อยึดถือเอาทรัพย์ของผู้เสียหาย อันถือเป็นเหตุการณ์เดียวกันไม่ขาดตอน การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์พาจำเลยที่ 1 มายังที่เกิดเหตุและอยู่ด้วยในขณะที่จำเลยที่ 1 แย่งกระเป๋าถือของผู้เสียหาย แม้กระทั่งขณะที่จำเลยที่ 1 พูดว่า จะเอากระเป๋าหรือเอามีดพร้อมกับเปิดเสื้อขึ้นผู้เสียหายเห็นมีด จำเลยที่ 2 ก็อยู่ด้วยตลอด แต่จำเลยที่ 2 ไม่ได้ห้ามปรามการกระทำของจำเลยที่ 1 ดังนี้ จำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมรู้เห็นในการพกพาอาวุธปืนของจำเลยที่ 1 เพื่อใช้ในการขู่เข็ญผู้เสียหาย ทั้งหลังจากที่จำเลยที่ 1 แย่งกระเป๋าถือของผู้เสียหายมาได้แล้ว จำเลยทั้งสองก็ยังใช้รถจักรยานยนต์ที่โดยสารมายังที่เกิดเหตุหลบหนีไปด้วยกัน การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการร่วมกับจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์ของผู้เสียหายโดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะ
|