ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2561 วันที่ 2 สอบเมื่อ 9 ก.พ.2562
แม้คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้ง 3 และบันทึกการตรวจยึดจับกุมตลอดจนบันทึกคำให้การ จะเป็นพยานบอกเล่าและพยานซัดทอดก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ให้ถ้อยคำในทันทีที่ถูกจับกุมและให้การชั้นสอบสวนต่อพนักงานสอบสวนในเวลาต่อมาของวันเกิดเหตุ จึงไม่ต้องห้ามที่จะรับฟังจำเลยที่ 1 อ้างตนเองเบิกความเป็นพยานยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ขนไม้แปรรูปของกลาง
คำพิพากษาฎีกาที่ 5134/2560 แม้คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้ง 3 และบันทึกการตรวจยึดจับกุมตลอดจนบันทึกคำให้การ จะเป็นพยานบอกเล่าและพยานซัดทอดก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ให้ถ้อยคำในทันทีที่ถูกจับกุมและให้การชั้นสอบสวนต่อพนักงานสอบสวนในเวลาต่อมาของวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีเวลาและโอกาสที่คิดกลั่นแกล้งปรักปรำผู้ใด และยังให้รายละเอียดถึงที่มาของไม้แปรรูปของกลางโดยไม่ได้มุ่งผลเพื่อให้ตนเองพ้นผิด เมื่อพิจารณาสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานแล้ว น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ จึงไม่ต้องห้ามที่จะรับฟังจำเลยที่ 1 อ้างตนเองเบิกความเป็นพยานยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ขนไม้แปรรูปของกลาง หลังจากถูกจับจำเลยที่ 1 ติดต่อไปยังจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 แจ้งว่าจะติดต่อเจ้าพนักงานป่าไม้ให้ปล่อย เมื่อได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน จำเลยที่ 2 ได้มาพบจำเลยที่ 1 ที่บ้านและมอบเงินให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการที่ถูกดำเนินคดี รวมถึงรับว่าจะดูแลด้านคดีทุกอย่าง คำเบิกความของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นประจักษ์พยานที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 1 นอกจากนี้ คำเบิกความดังกล่าว ล้วนปรักปรำหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 2 หาได้ใช้สิทธิตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 233 วรรคหนึ่ง ซักค้านจำเลยที่ 1 เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่จะทำให้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าไม่เป็นความจริงตามที่จำเลยที่ 1 เบิกความแต่อย่างใด จึงเป็นข้อพิรุธของจำเลยที่ 2 ประกอบกับคำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นการอ้างตนเองเป็นพยาน หาใช่เป็นกรณีโจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานอันเป็นกรณีที่ต้องห้ามตามมาตรา 232 ไม่ ศาลจึงนำคำเบิกความของจำเลยที่ 1 มารับฟังประกอบพยานหลักฐานของโจทก์ลงโทษจำเลยที่ 2 ได้
ที่มา หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคสอง สมัยที่ 71 ปีการศึกษา 2561 เล่มที่ 3
|