ฎีกา คำบรรยายเนติฯ ภาค2/67 (สัปดาห์ที่ 3)
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ (8-12-57)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2527 ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่9 มิถุนายน 2525 ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 12 กรกฎาคม 2525 ครั้นวันที่ 10 มิถุนายน 2525อัยการฟ้องจำเลยในความผิดกรรมเดียวกันแต่ขอให้ลงโทษตามมาตรา 391 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยการที่ศาลจะใช้ดุลพินิจสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันหรือไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 33 ก็ต่อเมื่อปรากฏต่อศาลโดยศาลรู้เองหรือโดยโจทก์ยื่นคำร้องในระยะใดก่อนมีคำพิพากษาว่าอัยการและผู้เสียหายต่างฟ้องเรื่องเดียวกันหรือต่างศาลกันเมื่อศาลไม่รู้ดังกล่าวและการกระทำความผิดของจำเลยตามที่ผู้เสียหายฟ้องได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วในคดีที่อัยการเป็นโจทก์สิทธิของผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4)
สรุป ผู้เสียหายและอัยการต่างฟ้องคดี ไม่รวมการพิจารณาคดี ผล ไม่เป็นฟ้องซ้อน เพราะโจทก์คนละคนกัน แต่หากตัดสินชี้ขาดคดีไหนก่อนแล้ว ก็ถือว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ฟ้อง
|