ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ


ชื่อข้อมูล : อัพเดท 21 ตค 66 (กลุ่มปิด ลับเฉพาะ-สนามใหญ่ วันที่2*) ข้อ 5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ แบ่งปันข้อมูล แชร์ฎีกา แชร์ประเด็นที่น่าออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามใหญ่) พ.ศ.2567
หมวด : ข้อ5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 



รายละเอียด

 

กลุ่มปิด ลับเฉพาะ* ข้อ 5. กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามใหญ่) พ.ศ.2567

ร่วมกันแบ่งปันข้อมูล แชร์ฎีกา แชร์ประเด็นที่น่าออกสอบ 

*** สำหรับผู้ใช้งานในระบบทุกท่าน เข้าระบบ แบ่งปันข้อมูล เตรียมสอบได้ ตามลิงค์นี้ ***

-------

ร่วมกันแบ่งปันความรู้ได้ทุกประเด็น :-

- ประเด็นที่น่าออกสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา สนามใหญ่? ประเด็นไหนที่ไม่น่าออกสอบ?

- ฎีกาที่น่าออกสอบผู้ช่วยผู้พากษาสนามใหญ่?

- หลักกฎหมาย เด่นพิเศษ หลักกฎหมาย 5 ดาว ฎีกาใหม่ ฎีกาเด่น ฎีกาติดดาว?

- เนื้อหา ฎีกาเด่น* ที่แพร่หลายทั่วไป ที่อาจารย์น่าจะหลบ มีอะไรบ้าง?

- เรื่องอื่น ๆ ฯลฯ ... สายติว สายเก็ง สายตัวบท สายฎีกา

 


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 3291 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 16 | ทีมงาน : 1 ข้อมูล

 

อัพเดท 21 ตค 66 (กลุ่มปิด ลับเฉพาะ-สนามใหญ่ วันที่2*) ข้อ 5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ แบ่งปันข้อมูล แชร์ฎีกา แชร์ประเด็นที่น่าออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามใหญ่) พ.ศ.2567 | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 1


 

ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 2 สอบเมื่อ 4 มี.ค. 2566
--------------------------------------

         โต้แย้งว่าผู้พิพากษามีคําสั่งให้ออกหมายขังโดยไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนเป็นการไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 212



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 20/10/2023




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 2


ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 2 สอบเมื่อ 4 มี.ค. 2566
--------------------------------------

ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอมาว่าอย่างไร



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 20/10/2023




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 3


 

ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 2 สอบเมื่อ 4 มี.ค. 2566
--------------------------------------

 การโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา 212 นอกจากผู้โต้แย้งจะต้องโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลแล้ว ยังต้องขอส่งความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยด้วย แต่ตามคําคัดค้านดังกล่าวเป็นเรื่องที่ประสงค์ให้ศาลอาญามีคําสั่งยกคําร้องของพนักงานสอบสวนเท่านั้น มิได้ประสงค์ให้ศาลอาญาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

         กรณีที่อ้างว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 71 ประกอบมาตรา 66 (2) กําหนดเหตุที่จะออกหมายขังเกินไปกว่าเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29 วรรคสาม บัญญัติไว้นั้น ก็เป็นเพียงเหตุผลประกอบเพื่อให้ศาลมีคําสั่งยกคําร้องเท่านั้น  ผู้พิพากษาศาลอาญาพิจารณาคําร้องแล้วมีคําสั่งคําร้องของพนักงานสอบสวนได้โดยไม่ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจึงชอบแล้ว



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 20/10/2023




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 4


ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 2 สอบเมื่อ 4 มี.ค. 2566
--------------------------------------

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2070/2562 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 212 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา 5 และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้น ให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไปได้แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ" และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้" หากโจทก์เห็นว่าบทบัญญัติตามมาตรา 125 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โจทก์จะต้องโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลและขอให้ศาลส่งความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย แต่โจทก์อุทธรณ์ทำนองว่า บทบัญญัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคสาม เป็นบทบัญญัติกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 5 ประกอบมาตรา 26 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และมาตรา 27 ไม่อาจบังคับได้ และขอให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำสั่งกลับหรือแก้คำสั่งของศาลแรงงานกลาง จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ที่จะให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ โดยขอให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำสั่งกลับหรือแก้คำสั่งของศาลแรงงานกลาง มิได้ประสงค์ให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษส่งความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย

       พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคสาม บัญญัติว่า "ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาล นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้องคดีได้" และมาตรา 125 วรรคสี่ บัญญัติต่อไปว่า "เมื่อคดีถึงที่สุดและนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินจำนวนใดให้แก่ลูกจ้าง... ให้ศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้างวางไว้ต่อศาลให้แก่ลูกจ้าง... แล้วแต่กรณี" ที่บทบัญญัติมาตรา 125 วรรคสามและวรรคสี่ ได้กำหนดไว้ดังกล่าวก็มีเจตนารมณ์มุ่งหมายที่จะคุ้มครองลูกจ้างให้ได้รับเงินตามจำนวนที่พนักงานตรวจแรงงานสั่งให้นายจ้างจ่ายแก่ลูกจ้างเมื่อคดีถึงที่สุดทันที โดยลูกจ้างไม่ต้องเสียเวลาไปฟ้องคดีบังคับให้นายจ้างจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวอีก ทั้งยังเป็นการป้องกันมิให้นายจ้างประวิงเวลาในการจ่ายเงินอันเป็นการสร้างภาระแก่ลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับเงินตามกฎหมายจากนายจ้าง และในกรณีที่นายจ้างฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน หากศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานแล้ว นายจ้างก็สามารถรับเงินจำนวนที่วางศาลไว้คืนไปได้โดยไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใด บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวนี้จึงไม่เป็นการจำกัดสิทธินายจ้างในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทั้งเป็นธรรมแก่นายจ้างและลูกจ้างทั้งสองฝ่าย สำหรับที่ดินที่โจทก์ขอวางต่อศาลแทนเงินนั้น หากภายหลังคดีถึงที่สุดและโจทก์มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง ก็ต้องมีการบังคับคดีนำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้แก่ลูกจ้างต่อไป ซึ่งอาจขายทอดตลาดไม่ได้ราคาไปชำระหนี้ครบตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานก็ได้ ที่ดินดังกล่าวจึงมิใช่วัตถุที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายทำนองเดียวกับเงินซึ่งศาลสามารถนำมาจ่ายให้ลูกจ้างได้ทันที นอกจากนี้เงินจำนวนที่โจทก์ต้องนำมาวางศาลนั้นมิใช่เงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 27 กำหนดให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระเมื่อฟ้องคดีต่อศาลแรงงานแต่อย่างใด จึงมิอาจนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับยกเว้นการวางเงินให้แก่โจทก์ได้

           พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 แล้ว ถ้านายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่พอใจคำสั่งนั้น ให้นำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง" และวรรคสามบัญญัติว่า "ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาล นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้องคดีได้" บทบัญญัติดังกล่าวมานี้ได้กำหนดอย่างชัดแจ้งว่า ในกรณีที่นายจ้างไม่พอใจคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่สั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง และนายจ้างประสงค์จะนำคดีไปสู่ศาลแรงงานเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้น นายจ้างจะต้องวางเงินตามจำนวนที่นายจ้างประสงค์จะโต้แย้งต่อศาล ซึ่งอาจเป็นจำนวนทั้งหมดตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานหรือเพียงบางส่วนก็ได้ หากนายจ้างไม่ประสงค์จะโต้แย้งเงินจำนวนใดตามคำสั่งก็ไม่ต้องวางเงินจำนวนนั้น ซึ่งหมายความว่านายจ้างพอใจที่จะจ่ายเงินจำนวนที่ไม่โต้แย้งนี้ให้แก่ลูกจ้างโดยไม่ประสงค์ให้ศาลเพิกถอนคำสั่งในส่วนของเงินจำนวนที่ไม่โต้แย้งนี้นั่นเอง หากโจทก์ประสงค์จะขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามคำสั่งที่สั่งให้โจทก์จ่ายเงินแก่ผู้ร้องทั้ง 82 ราย โจทก์ก็ต้องวางเงินจำนวนตามคำสั่งทั้งหมดทุกราย จะขอวางเพียง 2 รายแล้วขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่สั่งให้โจทก์จ่ายเงินให้แก่ผู้ร้องทุกรายไม่ได้



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 20/10/2023




ร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันความรู้ # 5


ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 2 สอบเมื่อ 4 มี.ค. 2566
--------------------------------------

คําร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน

        ปัญหาตามคําร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29 วรรคสาม มีเจตนารมณ์ให้การกําหนดมาตรการ วิธีการ หรือพฤติการณ์ในการปฏิบัติ ต่อผู้ต้องหาหรือจําเลยเมื่อผู้ต้องหาหรือจําเลยถูกควบคุมหรือคุมขังอยู่ในอํานาจรัฐแล้ว ส่วนการได้ตัวผู้ต้องหา หรือจําเลยมาอยู่ภายใต้อํานาจรัฐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไม่ได้กําหนดเงื่อนไขไว้เป็นการเฉพาะ ฝ่ายนิติบัญญัติจึงมีอํานาจตรากฎหมายในการออกหมายขังโดยอาศัยเหตุอื่นนอกจากเพื่อป้องกันมิให้ มีการหลบหนีได้

         ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 71 ประกอบมาตรา 66 (2) ส่วนที่เป็นการกําหนดเหตุในการควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจําเลยโดยอาศัยเหตุอื่นนอกจากเพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29 วรรคสาม



โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 20/10/2023




  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]