|
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> ข้อ2 วิอาญา ภาค1-2 (มาตรา 17-21/1 และ มาตรา120-156)
ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน |
|
ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566 ฐานะเป็นพนักงานสอบสวน อํานาจสอบสวนคดี มาตรา 18 วรรคสอง ประกอบมาตรา 121 วรรคหนึ่ง และมาตรา 123 วรรคหนึ่ง
ธงคำตอบ เจ้าพนักงานตํารวจในตําแหน่งที่กฎหมายบัญญัติว่ามีฐานะเป็นพนักงานสอบสวน ย่อมมีฐานะเป็นพนักงานสอบสวนตลอดเวลาที่ยังดํารงตําแหน่งดังกล่าว ส่วนการที่จะต้องเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนในวันเวลาใดเป็นเพียงระเบียบหรือข้อบังคับภายในของหน่วยราชการ ซึ่งไม่มีผลทําให้เจ้าพนักงานตํารวจในตําแหน่งพนักงานสอบสวนในขณะที่ไม่ได้เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนไม่มีฐานะเป็นพนักงานสอบสวน ดังนั้น การที่พันตํารวจโทสมศักดิ์รับแจ้งความร้องทุกข์จากนายดําในขณะที่ยังไม่ได้เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ก็ต้องถือว่าพันตํารวจโทสมศักดิ์ มีฐานะเป็นพนักงานสอบสวน ในขณะที่รับแจ้งความร้องทุกข์ และมีอํานาจสอบสวนคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคสอง ประกอบมาตรา 121 วรรคหนึ่ง และมาตรา 123 วรรคหนึ่ง การสอบสวนของพันตํารวจโทสมศักดิ์ย่อมชอบด้วยกฎหมาย ข้อต่อสู้ของนายแดงข้อนี้ฟังไม่ขึ้น |
| โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023 |
| |
ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3096/2536 เจ้าพนักงานตำรวจในตำแหน่งที่กฎหมายบัญญัติว่ามีฐานะเป็นพนักงานสอบสวนย่อมมีฐานะเป็น พนักงานสอบสวนตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งดังกล่าว ส่วนการที่จะต้องเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนในวันเวลาใดเป็นเพียงระเบียบหรือข้อบังคับภายในของหน่วยราชการซึ่งไม่มีผลทำให้เจ้าพนักงานตำรวจในตำแหน่งพนักงานสอบสวน ในขณะที่ไม่ได้เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนไม่มีฐานะเป็นพนักงานสอบสวน ดังนั้น การที่ร้อยตำรวจเอก ป. รับแจ้งความร้องทุกข์จากโจทก์ร่วมในขณะที่ยังไม่ได้เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ก็ต้องถือว่าร้อยตำรวจเอก ป. มีฐานะเป็นพนักงานสอบสวนในขณะที่รับแจ้งความร้องทุกข์ การสอบสวนของร้อยตำรวจเอก ป. ย่อมชอบด้วยกฎหมายพนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องคดี |
| โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023 |
| |
ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566 การรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน
ธงคำตอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 กําหนดให้ พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทําได้เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา มาตรา 131/1 ให้พนักงานสอบสวนมีอํานาจให้ทําการตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุหรือ เอกสารใดโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ได้ และมาตรา 182 (1) วรรคหนึ่ง ให้อํานาจพนักงานสอบสวนที่จะจัดทําภาพถ่าย แผนที่ ภาพวาด หรืออื่นใดที่น่าจะกระทําให้คดีแจ่มกระจ่างขึ้น ดังนั้น แม้การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานใดบ้าง อย่างไร เป็นอํานาจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาใช้ดุลพินิจดําเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทําให้ คดีแจ่มกระจ่างขึ้นจนสามารถพิสูจน์ความผิดของจําเลยได้เท่านั้น ฉะนั้น การที่พนักงานสอบสวนไม่ไปตรวจที่ห้องพักของนายดํา ไม่ได้ส่งแว่นตาของนายดําของกลางไปตรวจหารอยนิ้วมือแฝงหาทําให้การสอบสวน ไม่ชอบไม่ ข้อต่อสู้ของนายแดงข้อนี้ฟังไม่ขึ้น |
| โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023 |
| |
ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4440/2562 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131 กำหนดให้พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถกระทำได้เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา และมาตรา 132 ให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะจัดทำภาพถ่าย แผนที่ ภาพวาด หรืออื่นใดที่น่าจะกระทำให้คดีแจ่มกระจ่างขึ้น ดังนั้น แม้การรวบรวมหลักฐานเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานใดบ้างอย่างไร เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาและใช้ดุลย์พินิจดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คดีแจ่มกระจ่างขึ้นจนสามารถพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้เท่านั้น การที่พนักงานสอบสวนไม่ได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ไม่ได้ยึดเอากางเกงของผู้เสียหายไปตรวจ ทั้งไม่ยึดเบาะที่อยู่ในห้องจำเลยมาเป็นพยานหลักฐาน ไม่ยึดรถจักรยานยนต์มาตรวจสอบ หาทำให้การสอบสวนไม่ชอบไม่ |
| โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023 |
| |
ออกสอบผู้ช่วยฯ ปี พ.ศ. 2565 วันที่ 3 สอบเมื่อ 11 มี.ค. 2566 อัยการสูงสุด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1
เมื่ออัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องคดีตามความเห็นแย้งของผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติแล้ว คําชี้ขาดย่อมเป็นอันถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1 พนักงานอัยการต้องฟ้องคดีไปตามนั้น เมื่อไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อํานาจอัยการสูงสุดรื้อฟื้นขึ้นมาชี้ขาดใหม่ได้ อัยการสูงสุดจึงไม่มีอํานาจที่จะชี้ขาดกลับคําสั่งของตนได้อีก ดังนั้น แม้นายองอาจจะเป็นผู้รักษาการในตําแหน่งอัยการสูงสุดก็ไม่มีอํานาจที่จะสั่งชี้ขาดใหม่เป็นไม่ฟ้อง คําสั่งของนายองอาจที่สั่งไม่ฟ้องครั้งหลังนี้จึงเป็นคําสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ตัดอํานาจพนักงานอัยการโจทก์ที่จะฟ้องคดีนี้ ตามคําสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด พนักงานอัยการโจทก์จึงมีอํานาจฟ้องนายแดง ข้อต่อสู้ของนายแดงข้อนี้ ฟังไม่ขึ้น |
| โดย (jt80 ) อัพเดทวันที่ : 23/10/2023 |
| |
|
||
|
||
|
||
|
![]() |
||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||
| คำแนะนำ 1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท 2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด) 3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้ 4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected] |