ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบผู้ช่วบผู้พิพากษา สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 1 อาญา


ชื่อข้อมูล : ประเด็นเปรียบเทียบ การยักยอกทรัพย์ (มาตรา 352) การฉ้อโกง (มาตรา 341)
หมวด : อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 1 อาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับ (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 



รายละเอียด

        จากการวิเคราะห์ตัวอย่างข้อสอบอัยการผู้ช่วยปี 2557 ทั้งสนามเล็กและสนามใหญ่ สามารถสรุปภาพรวมความแตกต่างระหว่าง การยักยอกทรัพย์ และ การฉ้อโกง ได้ดังนี้ 

1. ลักษณะของการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

  • การยักยอกทรัพย์ (Embezzlement): เน้นไปที่การที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดอยู่ก่อนแล้ว หรือเป็นกรณีที่เก็บทรัพย์สินที่ผู้อื่นทำตกหล่นได้ แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต
    • ตัวอย่างจากข้อสอบ: นายอมรได้รับมอบบัตรเครดิตจากนายเจมส์ (ซึ่งเก็บได้จากที่นายสกลลืมไว้) เพื่อนำไปคืนเจ้าของ แต่นายอมรกลับเก็บไว้เอง กรณีนี้ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหาย ตามมาตรา 352 วรรคสอง เนื่องจากเป็นการครอบครองทรัพย์ที่ผู้อื่นทำตกหล่นแล้วเบียดบังเป็นของตน
  • การฉ้อโกง (Fraud): เน้นไปที่การใช้กลอุบาย หลอกลวง หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินจากผู้อื่น
    • ตัวอย่างจากข้อสอบ: การที่นายดำและนายเอกร่วมกันกุเรื่องว่ารถยนต์ถูกขโมยเพื่อไปเคลมเงินจากบริษัทประกันภัยจนได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน ถือเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามมาตรา 341

2. เจตนาและพฤติการณ์ในการกระทำผิด

  • การยักยอกทรัพย์: มักเกิดขึ้นเมื่อความครอบครองโดยชอบ (หรือการเก็บได้) เปลี่ยนเป็นการเบียดบังเพื่อตนเอง
    • ในข้อสอบสนามเล็ก พฤติกรรมที่นายอมรเก็บรักษาบัตรที่ผู้อื่นทำหายไว้เองแทนที่จะคืน คือจุดที่เกิดการยักยอก
  • การฉ้อโกง: ต้องมีการหลอกลวงเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อให้ได้ทรัพย์ไป
    • ในข้อสอบสนามเล็ก เมื่อนายอมรนำบัตรไปรูดซื้อโทรศัพท์และลงลายมือชื่อตนเองในใบสั่งซื้อเพื่อหลอกลวงร้านค้าว่าตนเป็นเจ้าของบัตร การกระทำส่วนนี้จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง
    • ในข้อสอบสนามใหญ่ การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและการกุเรื่องรถหายเป็นการสร้างเรื่องหลอกลวงเพื่อเอาเงินประกัน

ตารางสรุปข้อแตกต่างจากตัวอย่างข้อสอบ

ประเด็นเปรียบเทียบ การยักยอกทรัพย์ (มาตรา 352) การฉ้อโกง (มาตรา 341)
จุดเริ่มต้น ครอบครองทรัพย์อยู่แล้ว หรือเก็บทรัพย์ที่หายได้ ยังไม่มีทรัพย์ แต่ต้องการได้มาโดยการหลอกลวง
วิธีการ เบียดบังเอาเป็นของตนหรือบุคคลที่สาม หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดความจริง
ตัวอย่างในข้อสอบ นายอมรเก็บบัตรเครดิตที่ผู้อื่นทำตกไว้กับตัว ไม่ยอมคืนเจ้าของ นายอมรเซ็นชื่อในสลิปหลอกร้านค้าเพื่อเอาโทรศัพท์ หรือนายดำกุเรื่องรถหายเพื่อเอาเงินประกัน

ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากข้อสอบ: ในเหตุการณ์เดียวผู้กระทำผิดอาจมีความผิดทั้งสองฐานได้หากมีพฤติการณ์แยกกัน เช่น ยักยอกบัตรที่เก็บได้มาก่อน (ยักยอกทรัพย์สินหาย) แล้วจึงนำบัตรนั้นไปหลอกซื้อของจากผู้อื่น (ฉ้อโกง) ซึ่งศาลจะลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป


----------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 224 ครั้ง
แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล

 

ประเด็นเปรียบเทียบ การยักยอกทรัพย์ (มาตรา 352) การฉ้อโกง (มาตรา 341) | เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 1 อาญา ที่ LawSiam.com
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากทีมงาน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 



ผู้ใช้งานทั่วไป แสดงผลจำกัด 5 ข้อความ หากต้องการเห็นมากขึ้น (กลุ่มลับ*) เข้าระบบก่อนใช้งาน
  


  


เตรียมสอบผู้ช่วยฯ



 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. เจาะหลัก สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. ผู้ประสงค์ใช้งาน/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งาน กดดูข้อมูล ดาวน์โหลด ทุกครั้ง จึงจะใช้งานได้
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ [email protected]