ฎีกาห้องบรรยายเนติฯ นิติกรรม-สัญญา
อ.นรินทร ตั้งศรีไพโรจน์ (ภาคค่ำ) 29 พ.ค 62 สมัยที่72
----------------
คำพิพากษาฎีกาที่ 3093/2559 ( อ.เน้น 5 ดาว) การเวนคืนที่ดินเพื่อนำไปใช้ก่อสร้างชลประทานเป็นการใช้อำนาจรัฐเวนคืนที่ดินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจการสาธารณูปโภค และเป็นการใช้อำนาจรัฐบังคับเอาทรัพย์สินของเอกชนเพื่อประโยชน์ของรัฐโดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมไม่มีสิทธิที่จะตัดสินใจว่าจะยินยอมหรือไม่ ทั้งไม่อาจกำหนดหรือต่อรองราคาที่ตนเองพอใจได้ เพราะเป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายมหาชนเช่นนี้ แม้การจดทะเบียนโอนที่ดินใช้คำว่าซื้อขาย ก็ไม่ใช่การซื้อขายที่ดินที่เป็นนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 453 ซึ่งจะต้องเกิดจากการกระทำด้วยความสมัครใจและมุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตามมาตรา 149 จึงไม่อาจนำกฎหมายเรื่องการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญของนิติกรรมตามมาตรา 156 อันเป็นหลักกฎหมายเอกชนมาใช้บังคับได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13068/2558*** ค่าใช้จ่ายรายการที่ 5 ถึงรายการที่ 10 ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 5 และที่ 6 เป็นค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นที่ต้องมีการบำรุงรักษาทรัพย์ส่วนกลางและเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่อยู่อาศัยซึ่งมิได้มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาในอันที่จะมีอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (4) จึงไม่ขาดอายุความ
ส่วนค่าปรับในรายการที่ 3 และที่ 4 เป็นค่าปรับอันเกิดจากการผิดนัดชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายส่วนกลาง เมื่อค่าใช้จ่ายส่วนกลางอันเป็นหนี้ประธานขาดอายุความ ค่าปรับซึ่งเป็นหนี้อุปกรณ์ย่อมขาดอายุความด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/26
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13070/2558*** โจทก์ฟ้องโดยมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ คำให้การแก้ฟ้องแย้งก็ขอชำระเงินตามจำนวนที่เห็นว่าถูกต้อง ถือว่าโจทก์ยินยอมชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ค้างชำระแล้ว เมื่อโจทก์ชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้ว หนี้เป็นอันระงับสิ้นไป โจทก์ก็มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ตอบแทนเช่นกัน เพราะโจทก์ประสงค์จะนำหนังสือนี้ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อขอจดทะเบียนโอนห้องชุดมาเป็นของตน การที่จำเลยออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้จึงก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะโอนห้องชุดได้ จึงเป็นการกระทำนิติกรรมฝ่ายเดียวของจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 149 ดังนั้น ในการบังคับชำระหนี้ หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง ศาลชอบที่จะสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง
คำพิพากษาฎีกาที่ 2531/2557 ส. ถึงแก่ความตาย ที่ดินพิพาทเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทของ ส. ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1599 โจทก์ทั้งสองเป็นบตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ส. เป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิรับมรดกในที่ดินพิพาทตามมาตรา 1603 ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสี่เพื่อติดตามเอาคืนที่พิพาท ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ส. ได้ เมื่อ ส. ถึงแก่ความตายแล้วย่อมไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆได้ตามมาตรา 149 นิติกรรมการขายฝากที่ดินพิพาทระหว่าง ส. กับจำเลยที่ 1 กระทำขึ้นหลังจาก ส. ถึงแก่ความตายจึงไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย ถือเสมือนว่าไม่ได้มีนิติกรรมการขายฝากเกิดขึ้นเลย สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทยังเป็นของกองมรดกของ ส. อยู่ตามเดิมมิได้เป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิใดๆในที่ดินพิพาท ไม่มีสิทธิจดทะเบียนการขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทจากผู้ไม่มีสิทธิจะขาย จึงไม่มีสิทธิใดๆในที่ดินพิพาทและไม่มีสิทธิเอาที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองแก่ผู้ใดได้ การที่จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับจำนองที่ดินพิพาทไว้จากจำเลยที่ 2 ย่อมไม่เกิดผลให้จำเลยที่ 3 มีสิทธิตามนิติกรรมจำนองแม้จำเลยที่ 3 อ้างว่ารับจำนองไว้โดยสุจริตก็หามีผลให้จำเลยที่ 3 กลับมีสิทธิตามนิติกรรมจำนองไม่ การจำนองไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกที่ดินพิพาทของ ส.
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
จำนวนผู้เช้าเยี่ยมชม : 1246 ครั้ง |