การกระทำโดยประมาท ใช้ทฤษฎีผลโดยตรง หรือไม่?
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๑๑/๒๕๐๓ เมื่อจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าชนรถสามล้อโดยประมาทแล้ว ผู้ตายซึ่งโดยสารมาในรถสามล้อตกกระเด็นลงไปนอน อยู่ที่ทางรถรางพอดีกับรถรางแล่นมาแล้วทับครูดไปในระยะ ๑ วา รถรางจึงสามารถหยุดนิ่งได้ ทําให้ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยรถรางมิได้แล่นมาเร็วผิดธรรมดา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีเช่นนี้ถือว่าความตายเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดตามมาตรา ๒๙๑ (ความตายมีความสัมพันธ์กับการกระทํา)
สรุป จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้ความตายไม่ได้เกิดจากรถของจำเลย ความตายเกิดจากรถราง เพราะฉะนั้นรถรางเป็นเหตุที่เข้ามาแทรกซ้อนก่อให้เกิดผลของความตาย ต้องนําทฤษฎีเหตุที่เหมาะสมมาปรับ ซึ่งการที่คนตกจากรถที่จำเลยขับมาชนโดยประมาท แล้วมีรถอีกคันหนึ่งวิ่งมาชนจนถึงแก่ความตายเป็นเหตุอันควรคาดหมายได้ จำเลยจึงต้องรับผิดในผลที่เกิดขึ้นเพราะมีความสัมพันธ์กับการกระทําศาลฎีกาใช้ถ้อยคำว่า “เป็นผลโดยตรง” (ใช้คำว่า ผลโดยตรง น่าจะถูกต้อง บางฎีกาใช้คำว่า “ผลธรรมดา” ซึ่งผลธรรมดาเป็นเรื่องใช้พิจารณาว่า ต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา ๖๓)
อ้างอิง กฏหมายอาญา มาตรา 288-366/4 (ศอ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์) เล่มที่ 4 สมัยที่ 76
----------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
-----------------------------------------
จำนวนผู้เช้าชม : 301 ครั้ง |