บิดามารดาถูกรถชนตาย บุตรเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้หรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4331/2562 (หน้า 9 เล่ม 9) การเรียกค่าเสียหายเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดู มีบัญญัติไว้ในกฎหมายโดยชัดเจนว่า ถ้าเหตุที่ตายลงทำให้บุคคลคนหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วย บุคคลนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น ตาม ป.พ.พ.มาตรา 443 วรรคสาม การขาดไร้อุปการะจึงต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติว่า ผู้ใดมีหน้าที่ต่อกัน ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติถึงหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูระหว่างบิดามารดากับบุตรว่า บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เฉพาะผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้ ตามมาตรา 1564
ขณะเกิดเหตุโจทก์บรรลุนิติภาวะแล้ว ทั้งมิใช่ผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้ ณ และ ท ผู้ตายซึ่งเป็นบิดามารดาของโจทก์จึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องให้การอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นค่าขาดไร้อุปการาจากผู้ที่ทำละเมิดต่อบิดามารดาของโจทก์ กรณีมิใช่เรื่องที่ไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีที่จะต้องนำจารีตประเพรณีแห่งท้องถิ่น หรือบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งหรือหลักกฎหมายทั่วไปมาใช้วินิจฉัยคดีตามมาตรา 4 แห่ง ป.พ.พ.
สรุป
1. บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วไม่สามารถเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดต่อบิดามารดา ตาม ป.พ.พ.มาตรา 443 วรรคสาม ประกอบมาตรา 1564
2.ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายเฉพาะค่าซ่อมรถจักรยานยนต์)
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
จำนวนผู้เช้าเยี่ยมชม : 875 ครั้ง |