ซื้อที่ดินที่มีข้อกำหนดห้ามโอนได้สิทธิครอบครองหรือไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 4066/2562 (หน้า 3005 เล่ม 12) จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์โดยมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และมิได้กลับเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทอีก แสดงว่าจำเลยที่ 1 สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินพิพาทอีกต่อไป ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1377 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาจนเลยเวลาห้ามโอนแล้วก็ยังคงครอบครองอยู่ และหลังพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอน โจทก์แสดงเจตนาไปยังจำเลยที่ 1 แล้วว่าโจทก์ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.มาตรา 1367 จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทไม่อาจนำที่ดินพิพาทไปขอออกโฉนดที่ดินและโอนให้แก่จำเลยที่ 2 ได้ การออกโฉนดที่ดินในส่วนที่ทับที่ดินพิพาทที่โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยที่ 1 ขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบ ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้เพิกถอนโฉนดที่ดินในส่วนที่ออกโดยคลาดเคลื่อนได้ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 61 วรรคแปด
ศาลให้เพิกถอนการออกโฉนดที่ดินในส่วนที่ออกโดยไม่ชอบย่อมทำให้ที่ดินพิพาทมีได้เพียงสิทธิครอบครองซึ่งไม่อาจอ้างกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ได้ ทั้งโจทก์ฟ้องขอเพียงว่าให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทและเพิกถอนโฉนดที่ดินเฉพาะส่วน มิได้ขอให้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครองครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1382 จึงเป็นการพิพากษาเกินกว่าคำฟ้อง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 142
สรุป
1.ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนด ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ดินตาม น.ส.3 ก ที่อยู่ในบังคับห้ามโอนห้าปี ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ออกให้แก่สามีของจำเลยที่ 1 และโจทก์ได้ซื้อที่ดินบางส่วนจากสามีของจำเลยที่ 1 ในระยะเวลาห้ามโอน
2.ภายหลังจากโจทก์ซื้อที่ดินมาแล้ว โจทก์ได้ปลูกต้นยูคาลิปตัสในที่ดินส่วนที่ซื้อมาจากสามีของจำเลยที่ 1 และครอบครองที่ดินต่อมาภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาห้ามโอน
3.เมื่อปี พ.ศ.2539 ทางราชการออกโฉนดที่ดินให้แก่ราษฎรตาม ป.ที่ดิน มาตรา 58 ตรี ที่ดินพิพาทจึงเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนด
4.ปี พ.ศ.2541 โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 อ้างว่ายังไม่พร้อมจึงไม่โอนให้
5.ปี พ.ศ.2555 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินรวมถึงที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตร
6. จำเลยทั้งสองฎีกาว่า การซื้อขายที่ดินตกเป็นโมฆะเนื่องจากไม่มีการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานและยังมีข้อกำหนดห้ามโอน
7.ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทและส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ขณะอยู่ในกำหนดเวลาห้ามโอนเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายตกเป็นโมฆะ แต่ภายหลังครบกำหนดเวลาห้ามโอนแล้ว โจทก์ยังคงครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา โดยจำเลยที่ 1 ไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท แสดงว่าจำเลยที่ 1 สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินพิพาทอีกต่อไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 1377 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขอออกโฉนดที่ดินและโอนให้แก่จำเลยที่ 2
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
จำนวนผู้เช้าเยี่ยมชม : 1259 ครั้ง |