ศาลจำต้องตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมเสมอไปหรือไม่?
แม้พินัยกรรมจะมีข้อกําหนดตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกไว้ แต่ศาลก็ไม่จําต้องตั้งผู้ร้องแต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดกเพราะมาตรา ๑๗๑๓ วรรคสอง มิใช่บทบังคับให้ศาลต้องตั้งผู้จัดการมรดกตามข้อกําหนดพินัยกรรม
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๘๑/๒๕๑๘ มาตรา ๑๗๑๓ วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่ชี้แนวทางให้ศาลปฏิบัติในการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก หาใช่บทบังคับให้ศาลจําต้องตั้งผู้จัดการมรดกตามที่ระบุในพินัยกรรมไม่ การที่ศาลตั้งผู้ใดนั้นย่อมแล้วแต่จะเห็นสมควร เมื่อศาลเห็นว่า ผู้ร้องได้ทําสัญญาประนีประนอมยอมความรับส่วนแบ่งจากผู้คัดค้านไปจนเสร็จสิ้นแล้ว แม้ผู้ร้องยังมีส่วนได้เสียในกองมรดกแต่เมื่อเทียบกับผู้คัดค้านแล้วผู้คัดค้าน มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกมากกว่าผู้ร้อง ศาลก็มีอํานาจตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกได้ ฉะนั้น การยกคำร้องของผู้ร้องจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๗๑๓ วรรคสอง
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๕๗/๒๕๕๖ ผู้คัดค้านเป็นทายาทผู้รับพินัยกรรมตามพินัยกรรมพิพาท ซึ่งระบุให้ผู้คัดค้านมีสิทธิอยู่ในบ้านเลขที่ ๑๕ ของเจ้ามรดกจนตลอดชีวิต ผู้คัดค้านจึงเป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย มีสิทธิยื่นคำคัดค้าน และขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๑๓ วรรคหนึ่ง แม้พินัยกรรมจะมีข้อกําหนดตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกไว้ แต่ศาลก็ไม่จําต้องตั้งผู้ร้องแต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดกเพราะมาตรา ๑๗๑๓ วรรคสอง มิใช่บทบังคับให้ศาลต้องตั้งผู้จัดการมรดกตามข้อกําหนดพินัยกรรม
อ้างอิง : วิชา มรดก (อ.เมทินี ชโลธร) สมัยที่ ๗๔
--------------------------------------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------
จำนวนผู้เช้าเยี่ยมชม : 547 ครั้ง |