มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา
กลุ่มวิชา ทรัพย์-ที่ดิน
มาตรา ๑๓๘๒ *** (ออกสอบ ข้อ ๙ ปี ๒๕๔๕ + มาตรา ๑๔๐๑, ๒๕๔๖ + มาตรา + มาตรา ๑๔๐๑, ๒๕๔๗ + มาตรา ๑๔๐๑, ๒๕๔๘ + มาตรา ๑๔๐๑, ๒๕๔๙, ๒๕๕๐ + มาตรา ๑๔๐๑, ๒๕๕๑ + มาตรา ๑๔๐๑, ๒๕๕๔ + มาตรา ๑๔๐๑, ๒๕๕๕, ๒๕๕๙ + มาตรา ๑๔๐๑) บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ (เน้นออกสอบตลอด)
มาตรา ๑๔๐๑ *** (ออกสอบ ข้อ ๙ ปี ๒๕๔๕ + มาตรา ๑๓๘๒, ๒๕๔๖ + มาตรา ๑๓๘๒, ๒๕๔๗ + มาตรา ๑๓๘๒, ๒๕๔๘ + มาตรา ๑๓๘๒, ๒๕๕๐ + มาตรา ๑๓๘๒, ๒๕๕๑ + มาตรา ๑๓๘๒, ๒๕๕๔ + มาตรา ๑๓๘๒, ๒๕๕๙ + มาตรา ๑๓๘๒ ,๒๕๖๒) ภาระจำยอมอาจได้มาโดยอายุความ ท่านให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิอันกล่าวไว้ในลักษณะ ๓ แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม (ออกสอบได้ตลอด + มาตรา ๑๓๘๒)
สกัดหลักเจาะประเด็น วลีฎีกาที่สำคัญ
การสร้างฐานรากของโรงเรือนซึ่งเป็นส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยมีเจตนาเพื่อซ่อนเร้น ปกปิดการกระทำที่ไม่ชอบของตน จึงไม่อาจถือได้ว่าครอบครองที่ดินส่วนที่รุกล้ำของผู้อื่นโดยเปิดเผย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ประกอบมาตรา ๑๔๐๑
ดังนั้น แม้จะมีการครอบครองมานานเท่าใด ก็ไม่ได้สิทธิภาระจำยอมในที่ดินดังกล่าว
แนวคำถาม-ตอบ ฎีกาที่น่าสนใจ
คำถาม ก่อสร้างตอม่อ ทำคานปูนและปักเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งเป็นฐานรากของโรงเรือนซึ่งเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ใต้ดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น จะอ้างว่าได้ภาระจำยอมโดยอายุความได้หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๓๘/๒๕๔๖ ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองสร้างฐานรากของโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริตตามฟ้องจริง
ปัญหาข้อต่อมาที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองได้สิทธิภาระจำยอมในที่ดินส่วนที่รุกลำดังกล่าวโดยอายุความนั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองสร้างฐานรากของโรงเรือนซึ่งเป็นส่วนที่ฝังอยู่ใต้ดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยมีเจตนาเพื่อซ่อนเร้น ปกปิดการกระทำที่ไม่ชอบของตน จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินส่วนที่รุกล้ำของโจทก์โดยเปิดเผย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ประกอบมาตรา ๑๔๐๑ ดังนั้น แม้จะมีการครอบครองมานานเท่าใด จำเลยทั้งสองก็ไม่ได้สิทธิภาระจำยอมในที่ดินดังกล่าว
คำถาม การใช้สิทธิในที่ดินในฐานะเจ้าของรวม จะมีผลให้ได้สิทธิภาระจำยอมในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ และหากต่อมามีการโอนที่ดินไป ผู้รับโอนจะนำสิทธิที่เจ้าของรวมมีอยู่ในที่ดินที่รับโอนมานับต่อเนื่องเพื่อให้ได้ภาระจำยอมโดยอายุความได้ หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๐๑๕/๒๕๕๓ ขณะที่ ส. ซื้อที่ดินแปลงแรก และต่อมา พ. ซื้อที่ดินแปลงที่ ๒ นั้น ส. และ พ. อยู่กินฉันสามีภริยาแล้ว แม้จะไม่ได้ความว่า ส. และ พ. ได้จดทะเบียนสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยาต้องถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน ทั้งการที่จะมีภาระจำยอมได้จะต้องมีที่ดินสองแปลงโดยที่ดินแปลงหนึ่งตกอยู่ในภาระจำยอมของที่ดินอีกแปลงหนึ่ง และการที่จะได้ภาระจำยอมโดยอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๔๐๑ จะต้องเป็นการใช้เพื่อตน มิใช่เป็นการอาศัย เมื่อการใช้สิทธิในที่ดินของ ส. ทั้งสองแปลงเป็นการใช้ในฐานะเจ้าของที่ดินร่วมกันกับ พ. มิใช่เป็นการใช้ในที่ดินของผู้อื่นอันจะเป็นผลให้ได้สิทธิภาระจำยอมในช่วงเวลาดังกล่าว โจทก์จะนำสิทธิที่ ส. มีอยู่ในที่พิพาทมานับต่อเนื่องกับสิทธิที่โจทก์ได้รับเพื่อให้ได้สิทธิภาระจำยอมในที่ดินแปลงพิพาทหาได้ไม่ เมื่อโจทก์ได้รับโอนที่ดินมีโฉนดจาก ส. ในปี ๒๔๓๖ นับถึงวันฟ้องคดีนี้ยังไม่ถึง ๑๐ ปี ทาง พิพาทจึงยังไม่ตกอยู่ในภาระจำยอมโดยอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๔๐๑
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 687 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|