โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ ขอให้ขับไล่ จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตที่ดิน ส.ค.๑ ของจำเลย โจทก์ขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่สุจริต หากศาลฟังว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ จำเลยก็ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทและจำเลยบุกรุกที่ดินพิพาทหรือไม่ เมื่อโจทก์เป็นผู้มีชื่อในทะเบียนที่ดินและจำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์ขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่สุจริต โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๓ และมาตรา ๖ ว่ามีสิทธิครอบครองและกระทำการโดยสุจริต อีกทั้งโฉนดที่ดินเป็นเอกสารมหาชน จึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๗ จำเลยเป็นฝ่ายโต้แย้งข้อสันนิษฐานดังกล่าว จึงต้องมีภาระการพิสูจน์ตามมาตรา ๘๔/๑
ส่วนที่จำเลยให้การว่าหากที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยก็ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้วนั้น เป็นคำให้การที่ขัดแย้งกับคำให้การในส่วนแรกที่ยืนยันว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่อยู่ในเขตที่ดินของจำเลย คำให้การส่วนนี้จึงไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๗๗ วรรคสอง และไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่
ตัวอย่างข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา สนามใหญ่ ปี ๒๕๕๙
คำถาม
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแปลงพิพาทตามสำเนาโฉนดที่ด้นท้ายคำฟ้อง จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยในที่ดินนั้นอันเป็นการละเมิด ขอให้ขับไล่รื้อถอน จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตที่ดิน ส.ค. ๑ ของจำเลย ตามสำเนา ส.ค. ๑ ท้ายคำให้การ มิใช่ของโจทก์ โจทก์ขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่สุจริต หากศาลฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยก็ได้แย่งการครอบครองมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่าสิบปีแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ให้วินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร และภาระการพิสูจน์ ตกอยู่แก่ฝ่ายใด กับจำเลยนำสืบพยานหลักฐานว่าได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทมาเกินกว่าสิบปีแล้วได้หรือไม่
ธงคำตอบ
พิเคราะห์ตามคำฟ้องและคำให้การแล้ว คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทและถูกจำเลยบุกรุกเข้าครอบครองหรือไม่ แม้จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตที่ดิน ส.ค. ๑ ของจำเลย โจทก์ขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่สุจริตก็ตาม แต่เนื่องจากที่ดินพิพาทมีการออกโฉนดที่ดินมีชื่่อโจทก์ถือกรรมสิมธิ์ จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๓ ว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ทั้งโฉนดที่ดินเป็นเอกสารมหาชน จึงได้รับข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๗ ภาระการพิสูจน์ในประเด็นข้อนี้จึงตกอยู่แก่จำเลยตามมาตรา ๘๔/๑
ส่วนที่จำเลยให้การว่า หากศาลฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยก็ได้แย่งการครอบครองมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่าสิบปีแล้วนั้น เป็นคำให้การที่ขัดแย้งกับคำให้การส่วนแรกที่ได้ยืนยันว่าที่ดินพิพาทมิใช่ของโจทก์ แต่อยู่ในเขตที่ดิน ส.ค. ๑ ของจำเลย ดังนั้น คำให้การในส่วนหลังนี้จึงเป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทเรื่องการครอบครองปรปักษ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธินำสืบพยานหลักฐานว่าได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทมาเกินกว่าสิบปีแล้ว เพราะเป็นพยานหลักฐานที่ไม่เกี่ยวแก่ประเด็นที่คู่ความฝ่ายใดในคดีจะต้องนำสืบ ต้องห้ามมิให้นำสืบตามมาตรา ๘๖ วรรคสอง
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 2504 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|