ถ้าการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย ไม่ได้กระทำไปเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ (๑) - (๕) แม้ผู้กระทำจะได้ทรัพย์ของผู้อื่นไปด้วย ก็ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๙ เช่น จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายเพื่อที่จะข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหายเกรงกลัวจึงส่งมอบทรัพย์ของตนให้จำเลยไป แม้จำเลยจะรับเอาทรัพย์นั้นไป ก็ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ เพราะจำเลยไม่ได้ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งตาม (๑) - (๕) ของมาตรา ๓๓๙ หากแต่ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อที่จะข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไป ถือว่าเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๔
ฎีกาที่ ๗๐๘๘/๒๕๕๗ ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า เมื่อผู้เสียหายขอคืนโทรศัพท์เคลื่อนที่และเงิน ๗๐๐ บาท การที่จำเลยกับพวกคืนโทรศัพท์เคลื่อนที่และเงิน ๕๐๐ บาท ให้ผู้เสียหาย ส่วนอีก ๒๐๐ บาท ไม่คืนให้ เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายมาแต่แรก การที่ผู้เสียหายส่งมอบโทรศัพท์เคลื่อนที่กับเงิน ๗๐๐ บาท แก่จำเลยกับพวกโดยเจตนาเพื่อไม่ให้ถูกจำเลยกับพวกทำร้ายและข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อจำเลยกับพวกรับทรัพย์ดังกล่าวไว้ แต่ยังคงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอยู่เพื่อข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อผู้เสียหายขอคืน จำเลยกับพวกยังยึดเงิน ๒๐๐ บาทไว้ ไม่คืนให้ผู้เสียหาย เป็นการเอาทรัพย์ดังกล่าวของผู้เสียหายไปจากผลพลอยได้จากการที่ผู้เสียหายส่งมอบเงินไว้ให้ก่อนหน้านี้ เพื่อไม่ให้ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ดังนั้น การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป
ฎีกาที่ ๑๕๑๓/๒๕๖๒ จำเลยกอดปล้ำพยายามดึงกางเกงผู้เสียหาย ผู้เสียหายกลัวจำเลยจะข่มขืนกระทำชำเรา จึงถอดสร้อยคอทองคำที่สวมให้จำเลยไปเอง โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อมุ่งประสงค์ต่อสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายแต่อย่างใด หากแต่ผู้เสียหายคิดว่า เมื่อจำเลยได้สร้อยคอทองคำไปแล้ว จำเลยจะปล่อยตัวผู้เสียหายไป การที่จำเลยรับสร้อยคอทองคำไป จึงเป็นเจตนาทุจริตที่เกิดขึ้นภายหลัง การกระทำของจำเลยในส่วนนี้ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔
ตัวอย่างข้อสอบอัยการผู้ช่วย สนามใหญ่ ปี ๒๕๔๘
คำถาม
นายสิงห์พกอาวุธมีดปลายแหลมไปดักรอคนข้ามสะพานลอย นายสิงห์เห็นนางนงค์กำลังเดินข้ามสะพานเพียงผู้เดียว จึงเข้าไปใช้แขนรัดคอนางนงแล้วใช้มีดจี้ที่บริเวณคอและพูดขอร่วมประเวณี นางนงพูดขอนายสิงห์ไม่ให้ข่มขืนตน โดยขอให้เอาแต่เงินไป พร้อมกับล้วงเงินจำนวน ๑๒๐ บาท ส่งให้นายสิงห์ นายสิงห์รับเงินไว้ ให้วินิจฉัยว่า การกระทำของนายสิงห์ เป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
การที่นายสิงห์ใช้มีดจี้และพูดขอร่วมประเวณีกับนางนง และนางนงได้พูดขอให้นายสิงห์อย่าข่มขืนตน แต่ให้เอาเงินไปแทนพร้อมกับส่งเงินจำนวน ๑๒๐ บาท ให้แก่นายสิงห์ การที่นายสิงห์รับเงินไว้ ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนเจตนาจากเจตนาข่มขืนเป็นเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ในเวลาที่นายสิงห์รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ การกระทำของนายสิงห์จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙
หมายเหตุ ตามข้อเท็จจริงจากข้อสอบอัยการผู้ช่วยข้างต้น หากตอบตามแนว ฎ.๗๐๙๙/๒๕๕๗ และ ฎ.๑๕๑๓/๒๕๖๒ การกระทำของนายสิงห์ จะไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่เป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์เท่านั้น เพราะนายสิงห์มิได้มีเจตนาใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายนางนง เพราะเหตุใดเหตุหนึ่งตาม (๑) - (๕) ของมาตรา ๓๓๙
---------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล สำหรับทบทวนการศึกษา เตรียมสอบ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ + กดดาวน์โหลดตามลิงค์ ฟรี*)
----------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 734 ครั้ง แบ่งปันข้อมูล โดย ผู้ใช้งาน : 0 | ทีมงาน : 0 ข้อมูล
|